วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ญาติร้องยธ.รื้อคดีฆาตกรรม 'พระสุพจน์' หลังสอบสวนนาน 11 ปี

ญาติพระสุพจน์ร้องยธ. รื้อคดีฆาตกรรม หลังดีเอสไอสอบสวนนาน 11 ปีหาตัวคนร้ายมาดำเนินคดีไม่ได้ และสั่งยุติการสอบสวน

นายกิตติพัฒน์และนางดาวเรือง ด้วงประเสริฐ พ่อและแม่พระสุพจน์ สุวโจ ซึ่งถูกฆาตกรรมเสียชีวิตที่สถานปฏิบัติธรรมสวนเมตตาธรรม บ้านห้วยงูใน ต.สันทราย อ.ฝาง จ.เชียงใหม่ เหตุเกิดเมื่อวันที่ 17 มิ.ย. 2548 ยื่นหนังสือขอความเป็นธรรมถึงพล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ผ่านศูนย์บริการร่วม ขอให้รื้อฟื้นคดีการสอบสวนเหตุฆาตกรรมพระสุพจน์ ซึ่งดีเอสไอรับเป็นคดีพิเศษในปี 2548 ใช้เวลาสอบสวนนาน 11 ปี แต่ในสมัยที่นายธาริต เพ็งดิษฐ์ เป็นอธิบดีดีเอสไอ ได้สั่งยุติการสอบสวน เพราะไม่สามารถหาตัวคนร้ายมาดำเนินคดีได้ พร้อมส่งสำนวนการสอบสวนให้อัยการสูงสุด สั่งงดการสอบสวน และยกเลิกการคุ้มครองพยาน ที่ผ่านมาครอบครัวได้ยื่นคำร้องขอความเป็นธรรมกับคณะกรรมการสิทธิมนุษยชน (กสม.) แต่ได้รับคำตอบว่าดีเอสไอ มีอำนาจที่จะยุติการสอบสวน ญาติจึงจำเป็นต้องเข้าร้องขอความเป็นธรรมจาก รมว.ยุติธรรม เพราะเชื่อมั่นรัฐบาล ภายใต้การนำคสช.จะสามารถสอบสวนนำตัวคนร้ายมาดำเนินคดีได้

ด้านนายโสภณ ด้วงประเสริฐ น้องชายพระสุพจน์ กล่าวว่า หลังเกิดเหตุครอบครัวไม่มั่นใจการสอบสวนเจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่ จึงร้องขอให้โอนเป็นคดีพิเศษ โดยการสอบสวนมีความคืบหน้าชัดเจน สามารถเก็บพยานหลักฐานได้จำนวนมาก แต่ไม่สามารถนำตัวคนร้ายมาดำเนินคดีได้จนนำไปสู่การสั่งยุติการสอบสวน ตนจึงจำเป็นต้องร้องขอความเป็นธรรมจากรมว.ยุติธรรม ส่วนประเด็นที่ดินของสถานปฏิบัติธรรมสวนเมตตาธรรม ที่เคยมีข้อพิพาทว่าถูกบุกรุกเพื่อก่อสร้างเป็นรีสอร์ทนั้น อยากให้สื่อลงไปตรวจสอบสถานที่จริงว่ามีการบุกเข้าไปทำการเกษตร ล้อมรั้วทำให้เหลือเนื้อที่เพียง 600 ไร่ จากเดิมมีเนื้อที่กว่า 1,500 ไร่ 

ขณะที่พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีดีเอสไอ กล่าวว่า ที่ผ่านมาดีเอสไอได้สอบสวนและเก็บหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ ในคดีดังกล่าวมาตรวจสอบทั้งหมดแล้ว แต่หากญาติยังติดใจก็จะมอบหมายศูนย์บริหารคดีพิเศษไปตรวจสอบคำร้องว่าญาติยังติดใจประเด็นใดก็พร้อมเข้าไปดำเนินการให้ครบถ้วน