ศึกฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ นัดตกค้าง เมื่อคืนวันที่ 10 พฤษภาคม
“ปีศาจแดง” แมนฯ ยูไนเต็ด เสียสถิติไร้พ่าย 4 นัดติดต่อกัน หลังบุกไปแพ้ “ขุนค้อน” เวสต์แฮม ที่อัพตัน ปาร์ค 2-3 โดยเจ้าถิ่นออกนำไปก่อน 1-0 จากจังหวะที่ เดียฟรา ซาโก ซัดบอลไปแฉลบ ดาลีย์ บลินด์ เข้าไปตุงตาข่ายในนาที 10 จากนั้นในครึ่งหลัง “ปีศาจแดง” ยิงแซง 2 ลูกรวดพลิกกลับมานำ 2-1 จากการซัดเบิ้ลของ อองโธนี มาร์ซิยัล ทั้ง 2 เม็ดในนาที 51 และ 72 ทว่าเจ้าบ้านยิงแซงคืนได้ 2 ประตูเหมือนกันจาก มิคาอิล อันโตนิโอ นาที 76 และ วินสตัน รีด นาที 81 ทำให้ แมนฯ ยูไนเต็ด ชวดคว้าชัยเพื่อขึ้นไปเกาะกลุ่ม “ท็อปโฟร์” ใน 4 อันดับแรก เพราะยังอยู่อันดับ 5 แข่ง 37 นัด มี 63 แต้ม ตามหลัง “เรือใบสีฟ้า” แมนฯ ซิตี ทีมอันดับ 4 ซึ่งจะได้สิทธิไปเล่นในศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก เป็นทีมสุดท้ายอยู่ 2 แต้มเท่าเดิม โดยนัดสุดท้าย “ปีศาจแดง” จะต้องเปิดบ้านชนะ บอร์นมัธ ให้ได้สถานเดียว และต้องลุ้นให้ “เรือใบสีฟ้า” บุกไปแพ้ สวอนซี จึงจะได้ขยับขึ้นไปยึดอันดับ 4 ตามเป้า ส่วน เวสต์แฮม กลับขึ้นไปอยู่อันดับ 6 แข่ง 37 นัด มี 62 แต้ม และยังมีลุ้นคว้าตั๋วไปเล่นในศึกยูฟ่า ยูโรปาลีก ฤดูกาลหน้า
หลุยส์ ฟาน กัล กุนซือ “ปีศาจแดง” ผิดหวังที่เป็นฝ่ายแพ้ เพราะลูกทีมไม่สามารถต้านทานลูกตั้งเตะของเจ้าบ้าน ที่ทำให้เสียประตูจากลูกโหม่งถึง 2 เม็ด แต่ยังไม่ยอมถอนใจจากการลุ้นคว้าอันดับ 4 เพราะยังเชื่อลึกๆ ว่า ทีมของเขายังพอมีโอกาสในนัดสุดท้าย และยืนยันว่าเหตุการณ์ที่แฟนบอลเจ้าบ้าน ให้การต้อนรับทีมของเขาด้วยความรุนแรง ไม่ได้มีผลต่อสภาพจิตใจของลูกทีมเลย





