มานูเอล เปเยกรินี กุนซือ “เรือใบสีฟ้า” แมนฯ ซิตี
มองข้ามช็อต เชื่อทีมมีดีพอที่จะได้แชมป์ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก หลังพาทีมผ่านเข้ารอบตัดเชือก ได้เป็นครั้งแรกจากการเฉือนชนะ “เปแอสเช” ปารีส แซงต์ แชร์กแมง 1-0 ด้าน ซีเนอดีน ซีดาน กุนซือ “ชุดขาว” รีล มาดริด สุดปลื้มฟอร์ม คริสเตียโน โรนัลโด ที่ซัดแฮตทริกให้ทีมชนะ “หมาป่า” โวล์ฟสบวร์ก 3-0 รวม 2 นัดแซงชนะ 3-2 แซงเข้ารอบ
ฟุตบอลยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก รอบ 8 ทีมสุดท้าย นัดที่ 2 เมื่อคืนวันที่ 12 เม.ย.ที่ผ่านมา “เรือใบสีฟ้า” แมนฯ ซิตี แห่งพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ทะยานเข้าสู่รอบตัดเชือกได้สำเร็จ หลังเปิดรังซิตี ออฟ แมนเชสเตอร์ เฉือนชนะ “เปแอสเช” ปารีส แซงต์ แชร์กแมง แชมป์ลีก เอิง ฝรั่งเศส 1-0 โดยเกมนี้ทีมเยือนบุกหนัก แต่กลับเป็นเจ้าบ้านที่มีโอกาสขึ้นนำก่อนจากลูกจุดโทษในนาที 30 ทว่า เซอร์จิโอ อเกโร กลับสังหารพลาด ก่อนจะมาได้ประตูชัยจาก เควิน เดอ บรอยน์ นาที 76 รวมผล 2 นัด แมนฯ ซิตี เป็นฝ่ายชนะ 3-2 ผ่านเข้าสู่รอบรองชนะเลิศได้เป็นครั้งในประวัติศาสตร์ของสโมสร ส่วน ปารีสตกรอบนี้เป็นปีที่ 4 ติดต่อกัน
หลังเกม มานูเอล เปเยกรินี กุนซือ “เรือใบสีฟ้า” ได้ทีคุยโวด้วยความมั่นใจว่า ทีมของเขามีโอกาสคว้าแชมป์ได้ แม้จะเคยโดนวิจารณ์เรื่องผลงานที่กระเด็นตกรอบไปก่อนอยู่ตลอด แต่ตอนนี้ แมนฯ ซิตี สามารถยกระดับของตัวเองให้กลายเป็นสโมสรฟุตบอลระดับชั้นนำของยุโรปได้แล้ว จึงเชื่อว่าลูกทีมจะสามารถไปถึงตำแหน่งแชมป์ที่เป็นเป้าหมายสูงสุดได้เสียที
“แน่นอนว่า แมนฯ ซิตี สามารถคว้าแชมป์ได้ เพราะผมคิดว่ามันคือหนึ่งในเป้าหมายหลักของสโมสรในทุกๆ ปี เราได้รับคำวิจารณ์ต่างๆ อยู่เป็นประจำ แต่เราก็มีการพัฒนาขึ้นในทุกๆ ปีด้วยเหมือนกัน ผมมั่นใจว่า เรามีโอกาสไปถึงตำแหน่งแชมป์ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ในฤดูกาลนี้ แต่ถ้าไม่เป็นแบบนั้น มันจะยังเป็นเป้าหมายอันดับหนึ่งของสโมสรต่อไปจนกว่าจะกลายเป็นจริง” เปเยกรินี กล่าว
ด้าน โลรองต์ บลองก์ กุนซือ “เปแอสเช” รู้สึกเสียดายที่ต้องตกรอบนี้อีกครั้ง เพราะลูกทีมเล่นได้ดีทั้ง 2 เกม แต่ฉวยโอกาสเอาไว้ไม่ได้เอง และมองว่า แมนฯ ซิตี เป็นเพียงแค่แขกรับเชิญในรอบรองชนะเลิศเท่านั้น เพราะจะต้องเจอศึกหนักในรอบต่อไปอย่างแน่นอน
“ผมคิดว่าเราเล่นได้ดีทั้ง 2 นัด แต่เรายังขาดเรื่องความเฉียบขาด ผมผิดหวังที่เราต้องตกรอบนี้อีกแล้ว เราต้องแสดงความยินดีกับ แมนฯ ซิตี ที่ได้ผ่านเข้ารอบรองชนะเลิศได้เป็นครั้งแรก แต่ผมคิดว่า พวกเขาคงจะเป็นเพียงแค่แขกรับเชิญที่ได้ไปร่วมงานปาร์ตี้ของ บาร์เซโลนา, รีล มาดริด และ บาเยิร์น มิวนิค ในรอบต่อไป” บลองก์ กล่าว
ส่วนผลอีกคู่ “ราชันชุดขาว” รีล มาดริด ยักษ์ใหญ่แห่งศึกลาลีกา สเปน พลิกกลับมาเป็นฝ่ายผ่านรอบตัดเชือกได้สำเร็จ หลังเปิดรังซานติอาโก เบอร์นาบิว ไล่ต้อนชนะ “หมาป่า” โวล์ฟสบวร์ก ทีมดังจากศึกบุนเดสลีกา เยอรมนี 3-0 โดยได้ประตูจาก คริสเตียโน โรนัลโด คนเดียวในนาที 16, 17, 77 และยังนำเป็นดาวซัลโวจากการยิงไปแล้ว 16 ลูก รวมผล 2 นัด รีล มาดริด เฉือนชนะ 3-2 แซงผ่านเข้าถึงรอบรองชนะเลิศได้เป็นปีที่ 5 ติดต่อกัน
หลังจบเกม “ซิซู” ซีเนอดีน ซีดาน กุนซือ “ราชันชุดขาว” เอ่ยปากชมลูกทีมทำผลงานได้ยอดเยี่ยม โดยเฉพาะ โรนัลโด้ ที่ซัดแฮตทริกให้ทีมพลิกกลับมาเข้ารอบ แม้ว่าก่อนเกมนี้จะตกอยู่ในสถานการณ์ที่ยากลำบากจากผลนัดแรกที่แพ้ 0-2 แต่นักเตะทุกคนยังพร้อมเล่นด้วยความมุ่งมั่น จึงเป็นแรงผลักดันให้ทีมได้ผ่านเข้าสู่รอบรองชนะเลิศได้สำเร็จ
“ผมพูดได้เลยว่า เราทำผลงานได้ยอดเยี่ยมมาก แม้มันจะไม่ใช่เรื่องง่ายเลยก็ตาม ผมภูมิใจในตัวผู้เล่นทุกคน มันเป็นคืนค่ำที่พิเศษมาก ส่วน โรนัลโด ยังคงเป็นนักฟุตบอลที่ดีที่สุดในโลก เขาเป็นผู้เล่นคนพิเศษของเรา เพราะเกมนี้เขายิงได้ 3 ประตู และทำให้เราได้ผ่านเข้าสู่รอบต่อไป” ซีดาน กล่าว
ด้าน ดีเตอร์ เฮคคิง กุนซือ “หมาป่า” ยอมรับว่า รีล มาดริด สมควรได้ผ่านเข้าสู่รอบรองชนะเลิศ เพราะโชว์ฟอร์มได้ดีกว่าทีมของเขา แม้จะรู้สึกเสียดายที่ต้องจอดป้ายเพียงรอบ 8 ทีมสุดท้าย





