วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

รองผู้การฯขอนแก่น ย้ำไม่เคยสั่งสอน ลูกสาวอ้างชื่อลดค่าปรับ

พ่อชี้แจง! รองผู้การฯขอนแก่น ย้ำไม่เคยสั่งสอน เหตุลูกสาวอ้างชื่อลดค่าปรับ ชี้ดุหนักและรุนแรงที่สุด ชี้บทเรียนครั้งสำคัญ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พ.ต.อ.สุภากร คำสิงห์นอก รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดขอนแก่น (รอง ผบก.ภ.วจ.ขอนแก่น) ได้โพสต์ข้อความ ผ่านเฟชบุ๊กส่วนตัว Supakorn Khamsingnork เมื่อวันที่ 10 เมษายน โดยระบุว่า จากเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา...

ลูกสาวผมขับรถผิดกฎจราจร เมื่อโดนเรียกตรวจได้ขอความเมตตาจากตำรวจลดค่าปรับโดยบอกว่าเป็นลูกของ... เพื่อให้ตำรวจเห็นใจและใช้ดุลยพินิจลดค่าปรับให้ ผมเห็นว่าไม่เหมาะสมอย่างยิ่ง และไม่เคยสั่งสอนลูกให้ใช้อภิสิทธิ์อะไรกับใคร

ทันทีที่ทราบเรื่อง ผมได้ดุว่าลูกสาวอย่างหนัก หนักและรุนแรงที่สุด พร้อมทั้งกำชับว่าการเป็นลูกตำรวจนั้น ยิ่งต้องประพฤติตัวเป็นแบบอย่างและเป็นคนดีของสังคม ส่วนในความเป็นผู้บังคับบัญชาตำรวจ ซึ่งทุกคนทราบดีว่าผมเป็นคนจริงจังต่อหน้าที่และการทำงาน เมื่อได้รับรายงานชี้แจงเหตุการณ์ ผมได้สั่งการให้ สภ.ท้องที่ดำเนินการปรับลูกสาวผมเพิ่มเติมในข้อหาขับรถเร็วเกินกว่าอัตราที่กฎหมายกำหนด พร้อมทั้งกำชับให้ผู้ใต้บังคับบัญชาถือเป็นแนวทางปฏิบัติโดยเคร่งครัดในการบังคับใช้กฎหมาย

การจะเป็นลูกเต้าเหล่าใครนั้นไม่สำคัญ เมื่อทำผิดต้องรับโทษ ซึ่งผลกระทบจากการกระทำครั้งนี้ลูกสาวของผมตระหนักดี เพราะนอกจากต้องชำระค่าปรับตามกฎหมายแล้วยังได้รับการลงโทษจากสังคมอย่างหนักหนาสาหัส รวมมาถึงตัวผมและทุกคนในครอบครัวที่ได้รับผลกระทบไม่ต่างกัน แม้จะไม่ได้เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์โดยตรง
ขอขอบคุณทุกกำลังใจจากคนรอบข้าง และขอน้อมรับคำตักเตือนจากทุกฝ่าย ผมเชื่อว่าเหตุการณ์ครั้งนี้จะเป็นบทเรียนครั้งสำคัญของลูกสาวของผม ทั้งการปฏิบัติตามกฎหมายอย่างตรงไปตรงมา และการใช้สื่อออนไลน์อย่างสร้างสรรค์
....
ทั้งนี้ จากกรณีการแชร์เรื่องราวของหญิงสาวรายหนึ่งที่ได้โพสต์ใบสั่งจากตำรวจจราจร ซึ่งโดนข้อหาขับเร็วกว่ากฎหมายกำหนด พร้อมบอกเล่าว่า ขณะกำลังจ่ายค่าปรับจำนวน 500 บาท โดยเธอได้พยายามต่อรองเจ้าหน้าที่ตำรวจ จึงทำให้เหลือเพียงข้อหาไม่แสดงสำเนาคู่มือรถ และจะต้องเสียค่าปรับ 300 บาท แต่หญิงคนดังกล่าวได้ต่อรองอีกว่า ใช้ชื่อพ่อของเธอแทนได้หรือไม่ เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงถามว่า เป็นลูกใคร และเมื่อรู้ จึงทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจคนดังกล่าวยอมลดค่าปรับเหลือ 200 บาท