"อธิบดี ปภ." แจงทั่วประเทศภัยแล้งพุ่ง 27 จังหวัด หมอกควันกรุ่น 4 จังหวัดภาคเหนือ เร่งประสานแก้ไขปัญหาช่วยเหลือประชาชน
นายฉัตรชัย พรหมเลิศ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) กล่าวถึงความคืบหน้าสถานการณ์ภัยแล้งล่าสุด ว่า ขณะนี้หลายจังหวัดประสบปัญหาภัยแล้ง มีจังหวัดประกาศเขตการให้ความช่วยเหลือประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉินหรือภัยแล้ง จำนวน 27 จังหวัด 123 อำเภอ 540 ตำบล 4,223 หมู่บ้าน คิดเป็นร้อยละ 5.63 ของจำนวนหมู่บ้านทั่วประเทศ โดยแยกเป็นจังหวัดที่มีปัญหาด้านน้ำเพื่อการอุปโภคบริโภค จำนวน 10 จังหวัด ได้แก่ น่าน สุรินทร์ ชัยนาท ชลบุรี ขอนแก่น สระบุรี พิจิตร ลำพูน ตรัง และตาก
ขณะที่จังหวัดที่มีปัญหาด้านน้ำเพื่อการเกษตร จำนวน 9 จังหวัด ได้แก่ เชียงใหม่ พะเยา สุโขทัย นครพนม มหาสารคาม บุรีรัมย์ กาญจนบุรี สระแก้ว และจันทบุรี สำหรับจังหวัดที่มีปัญหาน้ำเพื่อการอุปโภคบริโภคและน้ำเพื่อการเกษตร จำนวน 8 จังหวัด ได้แก่ นครสวรรค์ เพชรบุรี อุตรดิตถ์ สตูล นคราชสีมา ตราด กระบี่ และนครศรีธรรมราช อย่างไรก็ตามในการติดตามน้ำจากสถานการณ์น้ำในอ่างเก็บน้ำสำคัญ 4 เขื่อนหลักลุ่มน้ำเจ้าพระยา ได้แก่ เขื่อนภูมิพล เขื่อนสิริกิติ์ เขื่อนแควน้อยบำรุงแดน เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ มีปริมาณน้ำใช้การได้ รวม 2,269 ล้านลูกบาศก์เมตร ซึ่งอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ที่อยู่ในเกณฑ์น้อยกว่าร้อยละ 30 ของความจุอ่าง รวม 16 แห่ง ส่วนใหญ่อยู่ในพื้นที่ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
“รัฐบาลและคณะรักษาความสงบแห่งชาติห่วงใยประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากปัญหาขาดแคลนน้ำ จึงได้สั่งการให้กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องบริหารจัดการน้ำอย่างเป็นระบบ พร้อมจัดสรรน้ำอย่างรัดกุมมากที่สุด โดยให้ความสำคัญกับน้ำอุปโภคบริโภคเป็นหลัก รวมถึงให้วางแผนการนำน้ำจากแหล่งอื่นมาใช้ทดแทนแหล่งน้ำผิวดินที่มีปริมาณจำกัด โดยเฉพาะการขุดบ่อน้ำบาดาลในพื้นที่ที่มีน้ำใต้ดินเพียงพอ การประสานปฏิบัติการฝนหลวงในพื้นที่เหนือเขื่อน เพื่อเพิ่มปริมาณน้ำในเขื่อนให้เพียงพอต่อการจัดสรรน้ำในกิจกรรมต่างๆ” อธิบดี ปภ. กล่าวและว่า ทางกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยได้ร่วมกับจังหวัดและหน่วยทหารแจกจ่ายน้ำแก่ผู้ประสบภัยแล้ง โดยสูบน้ำจากแหล่งน้ำเข้าพื้นที่การเกษตร เพิ่มเติมปริมาณน้ำดิบเข้าสู่ระบบผลิตน้ำประปา น้ำอุปโภคบริโภค เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนในเบื้องต้น
อธิบดี ปภ. กล่าวว่า สำหรับสถานการณ์หมอกควันในพื้นที่ภาคเหนือ จากการติดตามคุณภาพอากาศจากกรมควบคุมมลพิษ พบว่า ค่าปริมาณฝุ่นละอองขนาดเล็กไม่เกิน 10 ไมครอน (PM10) มีค่าระหว่าง 79 – 239 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ดัชนีคุณภาพอากาศ (AQI) มีค่าระหว่าง 75 – 152 โดยมี 4 จังหวัดที่มีคุณภาพอากาศอยู่ในระดับ ส่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชน ได้แก่ เชียงราย เชียงใหม่ น่าน และพะเยา กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยได้จัดกำลังเจ้าหน้าที่พร้อมเครื่องจักรกล สาธารณภัยฉีดพ่นละอองน้ำเพิ่มความชุ่มชื้นและลดปริมาณหมอกควันในอากาศ ทั้งนี้ ประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ภัย สามารถติดต่อขอความช่วยเหลือได้ที่ศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขต 18 ศูนย์ฯ เขต สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัด 76 จังหวัด และสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดสาขา 30 สาขาใน 16 จังหวัด หรือสายด่วนนิรภัย 1784 ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อประสานการแก้ไขปัญหาให้การช่วยเหลือต่อไป





