“ซิโก้”เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง เฮดโค้ช “ช้างศึก”
ยืนยันต้องเจรจากับสมาคมกีฬาฟุตบอล เรื่องสัญญาการทำทีมก่อน ถึงวางแผนการเตรียมทีมชาติไทยได้ หากทุกอย่างลงตัว พร้อมเดินหน้าทันที ตั้งเป้า 1 ใน 3 ทีมแรก ที่จะได้สิทธิ์ลุ้นผ่านเข้าไปรอบสุดท้ายฟุตบอลโลก 2018 ที่รัสเซีย มั่นใจทีมชาติไทย จะเป็นกระดูกชิ้นใหญ่สำหรับ มหาอำนาจลูกหนังเอเชีย
หลังจากที่ “ช้างศึก”ทีมฟุตบอลทีมชาติไทย บุกไปเสมอกับ อิรัก 2-2 ในการแข่งขันฟุตบอลโลก 2018 รอบคัดเลือก โซนเอเชีย รอบ 2 กลุ่มเอฟ นัดสุดท้าย ที่ประเทศอิหร่าน เมื่อวันที่ 24 มี.ค. ทำให้ ทีมชาติไทย มี 14 คะแนน เข้ารอบ 12 ทีมสุดท้าย โซนเอเชีย ในฐานะแชมป์กลุ่ม เอฟ
ล่าสุดเมื่อวันที่ 26 มี.ค. ชุดพลนักเตะ “ช้างศึก” ทีมชาติไทย พร้อมด้วย “ซิโก้” เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง เฮดโค้ชทีมชาติไทย และ ทีมสตาฟฟ์โค้ช เดินจากกลับจากประเทศอิหร่าน ด้วยสายการบินเอมิเรตส์ แอร์ไลน์ เที่ยวบินที่ อีเค 376 มาถึงยังท่าอากาศยานนานาชาติสุวรรณภูมิ โดยมี “บิ๊กเจี๊ยบ” พล.ต.ท.พิสัณห์ จุลดิลก เลขาธิการสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย และแฟนลูกหนังชาวไทยนับร้อยคนมาร่วมให้การต้อนรับทีมช้างศึกอย่างอบอุ่น
“ซิโก้”เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง เปิดเผยว่า การเข้าสู่รอบ 12 ทีมเอเชีย นั้น ตนมองว่าทีมไทยมาถึงจุดที่เคยผ่านเข้ามาในรอบนี้มาแล้ว ในสมัยที่ตนยังเป็นผู้เล่น แต่ครั้งนี้อยากเห็นทีมไทยมีผลงานที่ดีกว่าเดิม ซึ่งในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา ทีมชาติไทย ได้เรียนรู้และสั่งสมประสบการณ์มาพอสมควร ทั้งนี้ยังมีงานหนักที่รออยู่ข้างหน้า เพราะรอบ 12 ทีม ชิงแชมป์เอเชีย เป็นงานหนักมาก แต่ทั้งนี้จากการที่ ทีมไทย บุกไปเสมอและเกือบจะเอาชนะอิรักได้ เชื่อว่าทุกทีมคงรู้ดีว่าทีมไทยแข็งแกร่งแค่ไหน และบอกได้ว่าทีมใดก็ตามที่มาเจอ ทีมไทย ไม่ใช่จะมาเอาชนะกันง่ายๆ ต้องเจอกระดูกชิ้นใหญ่แน่นอน ไม่ว่าจะเป็นญี่ปุ่น, เกาหลีใต้ หรือ ออสเตรเลีย เชื่อว่าทีมไทย พร้อมสู้หมดทุกทีม
“ตอนนี้เราเป็น 3 ทีมแรกที่ผ่านเข้าสู่รอบ 12 ทีมสุดท้าย โซนเอเชีย ดังนั้นเป้าหมายต่อไปขอเป็น 1 ใน 3 ทีมแรก ที่จะได้สิทธิ์ผ่านไปรอบสุดท้าย ศึกฟุตบอลโลก ที่ประเทศรัสเซีย ทั้งนี้ทุกคนต้องช่วยกันไม่ว่าจะเป็นนักเตะ, สโมสร, สมาคมกีฬาฟุตบอล ซึ่งรู้แล้วว่าจะต้องเตรียมการอย่างไรบ้าง เพราะรอบ 12 ทีม โซนเอเชีย เป็นงานหนักแน่นอน แต่ก็คงไม่เกรงกลัวอะไร ทั้งนี้อยากให้แฟนบอลไทย มาร่วมเชียร์เกมในบ้านแบบเต็มความจุของสนามเหมือนครั้งที่ผ่านๆ มา เพราะเชื่อว่าในช่วง 2 ปี คือ 2016 และ 2017 จะเป็นช่วงที่ฟุตบอลไทยตื่นเต้นมากที่สุด”
“ซิโก้” กล่าวว่า ก่อนอื่นคงต้องขอคุยเรื่องสัญญาทำทีมก่อนว่าจะเดินหน้ากันอย่างไร เพราะสมาคมกีฬาฟุตบอล ก็เพิ่งเข้ามารับมอบงาน แล้วค่อยมาวางแผนกัน หากทุกอย่างลงตัว ก็พร้อมเดินหน้าทันที ส่วนแผนการพานักเตะไทยไปเก็บตัวฝึกซ้อมที่สโมสรเลสเตอร์ ซิตี้ ประเทศอังกฤษนั้น จะต้องคุยกับผู้ใหญ่อีกครั้งหนึ่ง ทั้งนี้ ต้องขอบคุณสโมสรที่ดูแล นักฟุตบอล และคงต้องให้แต่ละสโมสรช่วยกันออกความคิดเห็นว่าอยากเห็นทีมชาติไทยเป็นอย่างไร ส่วนตัวเองเป็นฝ่ายปฏิบัติการ แต่ก็ต้องทำงานร่วมกัน
“เกมอุ่นเครื่องกับ เกาหลีใต้ ที่สนามศุภชลาศัย วันที่ 27 มีนาคม เวลา 19.30 น. ผมมองว่านักเตะไทยค่อนข้างล้าจากการเดินทาง ทำให้พักผ่อนไม่ได้เต็มที่ แต่การเล่น เกาหลีใต้ จะเล่นให้เต็มที่ และเล่นให้สนุก โดยจะใช้ 8 นักเตะที่เรียกเข้ามาเสริมทีมลงสนามด้วย ที่สำคัญถือเป็นการดูฟอร์มของทีมโสมขาว เพราะอาจจะต้องเจอกันในรอบ 12 ทีมสุดท้าย ชิงแชมป์เอเชียก็ได้” ซิโก้ กล่าว





