แข้งไทยพร้อมดวลอิรัก “ซิโก้” วาง “มุ้ย” ธีรศิลป์ แดงดา
หัวหอกตัวเป้า ด้านสมาคมลูกหนังสั่งแบน “สุราษฎร์ เอฟซี” ห้ามเข้าแข่งขันรายการใดๆ โทษฐานไม่ยอมถอนฟ้องสมาคม
ความเคลื่อนไหวของทีมฟุตบอลชาติไทย ชุดเข้าร่วมการแข่งขันฟุตบอลโลก 2018 รอบคัดเลือก โซนเอเชีย รอบ 2 กลุ่มเอฟ นัดสุดท้าย ในวันที่ 24 มี.ค. ที่ปาซ กาวามิน ในกรุงเตหะราน ประเทศอิหร่าน โดยไทยในฐานะทีมเยือนจะพบกับอิรัก เวลา 21.00 น. ช่องวัน 31 ถ่ายทอดสด ซึ่งทีมไทยทีมนำจ่าฝูงมี 13 แต้ม จาก 5 นัด ขอแค่ผลเสมอ จะเข้ารอบในฐานะทีมแชมป์กลุ่มทันที ส่วน อิรัก ต้องชนะ 2 นัดที่เหลือ จึงจะแซงขึ้นที่ 1 ผลงานเจอกันนัดแรก เสมอ 2-2 ที่สนามราชมังคลากีฬาสถาน
“ซิโก้” เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง หัวหน้าโค้ชทีมชาติไทย ที่เพิ่งนำนักเตะลงซ้อมที่สนามราห์อาฮาน กล่าวว่า ตอนนี้นักเตะในทีมพร้อมแล้ว โดยในรายของ “มุ้ย” ธีรศิลป์ แดงดา กองหน้าเบอร์ 1 ของทีม จาก “กิเลนผยอง” เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด ที่เคยบาดเจ็บ ตอนนี้มีสภาพความฟิตอยู่ในเกณฑ์ดี และมั่นใจว่าดาวยิงรายนี้สมบูรณ์ที่สุดแล้ว และพร้อมสำหรับเป็นหัวหอกตัวเป้าของทีมชาติไทย ส่วนเกมเจออิรักต้องเล่นแบบรัดกุม มั่นใจว่าจะมีแต้มกลับบ้าน เพื่อคว้าแชมป์กลุ่ม ตีตั๋วเข้ารอบสุดท้าย ฟุตบอลโลกรอบคัดเลือก โซนเอเชีย ครั้งแรกใน 15 ปี หลังเคยทำได้ในรอบคัดเลือกฟุตบอลโลก 2002
ส่วนความคืบหน้ากรณีที่สหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ (ฟีฟ่า) มีหนังสือแจ้งถึงสมาคมฟุตบอล เมื่อวันที่ 11 ก.พ. ให้ลงโทษสโมสรสมาชิกที่ยื่นฟ้องร้องต่อศาล โดยยื่นคำขาดว่าหากสมาคมฟุตบอลไม่ดำเนินการดังกล่าว ฟีฟ่าอาจตัดสินใจดำเนินการลงโทษสมาคมฟุตบอล ฐานไม่ปฏิบัติตามคำสั่งนั้น
ล่าสุด เมื่อวันที่ 22 มี.ค. "บิ๊กอ๊อด” พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง นายกสมาคมฟุตบอล มีหนังสือคำสั่งระงับสมาชิกภาพ และระงับสิทธิ์การเข้าร่วมกิจกรรมทุกประเภท ที่สมาคมจัดแข่งขันภายในประเทศไทย ของสโมสรสุราษฎร์ เอฟซี ทีมในดิวิชั่น 2 โซนภาคใต้ เนื่องจากสุราษฎร์ เอฟซี โดย นางอนงค์ ล่อใจ ผู้อ้างสิทธิ์และใช้สิทธิ์ประธานสโมสร ยื่นฟ้องสมาคมต่อศาลปกครองนครศรีธรรมราช และมิได้ถอนฟ้องตามที่มีหนังสือแจ้งตั้งแต่วันที่ 23 กุมภาพันธ์ การกระทำดังกล่าวฝ่าฝืนข้อบังคับของฟีฟ่า ซึ่งหากสมาคมไม่ดำเนินการอาจทำให้ฟีฟ่าสั่งแบนสมาคมฟุตบอลไทยได้
นายชนินทร์ แก่นหิรัญ รองเลขาธิการฝ่ายกฎหมาย สมาคมฟุตบอล เปิดเผยว่า สมาคมให้โอกาสแก่สุราษฎร์ เอฟซี มามากแล้ว ดังนั้นจึงจำเป็นต้องตัดสินใจลงโทษแบน เพื่อป้องกันไม่ให้ฟีฟ่าลงโทษต่อสมาคมฟุตบอล ซึ่งจะส่งผลเสียหายต่อภาพรวมของวงการลูกหนังไทยได้
“เรื่องของสุราษฎร์ เอฟซี เป็นปัญญาภายในของจังหวัดที่ต้องไปจัดการกันเอง และถ้าศาลปกครองมีคำสั่งคุ้มครองลงมา ก็มีสิทธิ์ได้รับการพิจารณาให้กลับมาแข่งขันต่อได้ โดยเกมการลงสนามต่างๆ ของสุราษฎร์ เอฟซี ที่ไม่สามารถลงสนามได้ เช่นในลีกภูมิภาค ดิวิชั่น 2 นั้น ก็จะตัดสินให้ทีมคู่แข่งเป็นฝ่ายชนะไปด้วยสกอร์ 3-0 ทั้งหมด”





