วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

เผยส.บอลไทยหนี้ค้าง147ล. ตั้งกก.สอบทีมบริหารชุดเก่า

ที่ห้องประชุมสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย

 เมื่อวันที่ 20 มีนาคม 2559 “บิ๊กเจี๊ยบ” พล.ต.ท.พิสัณห์ จุลดิลก เลขาธิการสมาคมและ นายชนินทร์ แก่นหิรัญ รองเลขาธิการฝ่ายกฎหมาย รับส่งมอบงานจาก “เสธ.หลอ” พ.อ.วรวุฒิ ทองศรีงาม อดีตเลขาธิการสมาคมชุดเก่าของ “บังยี” นายวรวีร์ มะกูดี อดีตนายกสมาคม

นายชนินทร์ เปิดเผยว่า ครั้งนี้ได้รับมอบเอกสารโฉนดที่ดิน ที่ทำการสมาคมที่หนองจอกจำนวน 3 ฉบับ พร้อมด้วยงบดุลประจำปี 2557-2559 แต่ไม่มีรายละเอียดรายรับรายจ่าย ส่วนบัญชีเงินฝากธนาคารต้องมี 3 บัญชี แต่ที่ได้หนนี้มีเพียง 2 บัญชี สรุปมีเงินคงเหลือรวมแล้ว 1 ล้านกว่าบาท

“เมื่อวันศุกร์ สรรพากรแจ้งข้อมูลเพิ่มเติมว่านอกจากสมาคมกีฬาฟุตบอลจะค้างจ่ายภาษีหัก ณ ที่จ่ายประมาณ 11 ล้านบาทแล้ว ยังไม่เคยนำส่งภาษีมูลค่าเพิ่ม 7 เปอร์เซ็นต์ ของรายรับประจำปี 2550-2555 เป็นเงิน 131 ล้านบาทด้วย ตรงนี้ยังไม่รวมของปี 2556-2558 ถือเป็นความผิดพลาดจากการบริหารการเงินและบัญชีของผู้บริหารในอดีต”

นายชนินทร์ เผยต่อว่า พ.ต.ประชา ธรรมโชติ ผู้ตรวจสอบบัญชีผู้บริหารชุดเดิมให้ข้อมูลว่าที่ผ่านมาเมื่อได้รับเงินสนับสนุนต่างๆ แล้วไม่มีการจดภาษีมูลค่าเพิ่ม เนื่องจากเข้าใจว่าเป็นเงินบริจาคไม่ต้องจ่ายภาษี ทางสมาคมก็เพิ่งทราบว่าสรรพากรเรียกเก็บเงินดังกล่าว

“เรื่องนี้คงไม่โต้แย้ง แต่หากไปเจรจากับสรรพากันอาจได้รับการลดหย่อน สรรพากรมองว่าเมื่อมีการเซ็นสัญญาและมีการตอบแทนจะต้องมีจดภาษีมูลค่าเพิ่ม เมื่อได้รับการยืนยันว่าไม่ได้จดภาษีมูลค่าเพิ่มมาก่อน สมาคมฯชุดใหม่นี้ก็ต้องรับไป แต่ทั้งนี้ต้องหารือและเจรจากับสรรพากรก่อน”

รองเลขาฯ ฝ่ายกฏหมาย เผยอีกว่า จะมีการข้อมูลในเชิงลึกและจะมีการตั้ง คณะกรรมการตรวจสอบที่มาของหนี้ดังกล่าว ส่วนสัญญาที่ผู้บริหารชุดเก่าทำไว้กับบริษัทต่างๆ ที่เข้ามาสนับสนุนปรากฏว่า ยังไม่มีรายละเอียดอะไรเลย โดยเฉพาะสัญญาที่ทำไว้กับ บมจ.สยามสปอร์ต มีเพียงสำเนาส่งมาให้เท่านั้น

สรุปหนี้สินของ สมาคมกีฬาฟุตบอลฯ มี 16 ล้านบาท รวมกับที่ สรรพากร ทวงภาษีอีก 131 ล้านบาท รวมเป็นทั้งสิ้น 147 ล้านบาท ขณะที่เงินในบัญชีเหลือเพียง 1 ล้านบาทเศษ