“ซิโก้” เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง หัวหน้าโค้ชทีมฟุตบอลชาติไทย
นำลูกทีมฝึกซ้อมมื้อแรก ที่ดินแดนลูกหลานโคไมนี่ เน้นติวเข้มเรื่องแท็คติก เผยสภาพอากาศไม่หนาวมากอย่างที่คิด ดูเทปอิรักอุ่นซีเรียยอมรับมีดีที่ทีมเวิร์ค ด้านโค้ชอิรักยอมรับแข้งหลักๆ ยังมารายงานตัวไม่ครบและบางคนมีปัญหาเรื่องวีซ่า ต้องลุ้นว่าจะมาช่วยทีมได้หรือไม่ ในศึกคัดเลือก ฟุตบอลโลก 2018 โซนเอเชีย วันที่ 24 มี.ค.นี้
ความเคลื่อนไหวของทีมทัพนักเตะ “ช้างศึก” ทีมชาติไทย ชุดเตรียมลงเตะฟุตบอลโลก 2018 รอบคัดเลือก โซนเอเชีย รอบ 2 กลุ่ม เอฟ นัดสุดท้าย ในวันที่ 24 มีนาคมนี้ พบ อิรัก ที่สนามเป็นกลาง ปาซ กาห์วามิน สเตเดียม หรือ ซาฮิด ดาซท์เกอร์ดี สเตเดียม กรุงเตหะราน ประเทศอิหร่าน เวลา 21.00 น. ตามเวลาประเทศไทย
ล่าสุดเมื่อวันที่ 20 มีนาคมที่ผ่านมา นักเตะไทยซึ่งยกทัพไปเก็บตัวฝึกซ้อมที่ประเทศอิหร่านล่วงหน้าประมาณ 5 วัน ได้ลงฝึกซ้อมเป็นครั้งแรกที่สนามราห์ อาฮาน ท่ามกลางสภาพอากาศที่หนาวเย็นประมาณ 10 องศาเซลเซียส โดย “ซิโก้” เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง กุนซือ ทีมชาติไทยได้เน้นเรื่องของแท็คติกเป็นหลัก
หลังการซ้อม ซิโก้ กล่าวว่า ได้ดูเทปของอิรัก ที่อุ่นเครื่องแพ้ ซีเรีย 0-1 ยอมรับว่าทีมชุดนี้ของอิรัก แม้จะยังไม่ใช่ชุดฟูลทีมแต่ยังมีดีที่เรื่องของระบบการเล่นและทีมเวิร์ค
“ในเกมที่ อิรัก อุ่นเครื่องแพ้ ซีเรีย 0-1 ยังมีนักเตะตัวหลักหลายคนที่ไม่ได้ลงสนาม แต่สิ่งที่ได้เห็นคือระบบการเล่นของ อิรัก อาศัยทีมเวิร์ค ดังนั้นเราคงไม่เน้นการประกบตัวผู้เล่นคนใดคนหนึ่งเป็นพิเศษ แม้จะมีตัวเก่งอย่าง ยูเนส มามูดห์ กองหน้าจอมเก๋าเป็นทีเด็ด ขณะเดียวกันความพร้อมของนักเตะไทยหลังจากได้พักผ่อนอย่างเต็มที่ในวันแรกที่เดินทางมาถึง ถือว่าทุกคนมีสดชื่นมากขึ้นและน่าจะฟิตสมบูรณ์เพื่อเจอกับ อิรัก ขณะที่สภาพอากาศไม่ได้หนาวอย่างที่คิดจึงไม่น่ามีปัญหาอะไร”
ขณะเดียวกันมีรายงานว่า ทีมชาติไทย ได้ปฎิเสธอาหารที่ทางโรงแรมลาเลห์ ซึ่งเป็นสถานที่พักจัดหาไว้ให้ เพราะเกรงว่าจะผิดหลักโภชนาการ โดยสมาคมกีฬาฟุตบอลฯ ได้มอบหมายให้ อาโบลฟาเซิล โคดาบันเดห์ลู หรือ “อาบู” เฮดโค้ชทีมฟุตบอลชายหาด ทีมชาติไทย ซึ่งเป็นชาวอิหร่าน เป็นผู้จัดหาอาหารการกินและสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ให้กับทีมชาติไทย ตลอดการเตรียมทีมแข่งขันที่อิหร่าน
ด้าน ยาห์ยา อัลวาน กุนซือวัย 55 ปี ของ อิรัก เปิดเผยผ่านสื่ออิรัก “ฮัมรินนิวส์” ว่าใน 2 เกมที่เหลือที่จะพบ ไทย กับ เวียดนาม แม้จะเล่นสนามเป็นกลาง แต่มั่นใจว่าจะเอาชนะได้ทั้ง 2 นัด เพื่อเข้ารอบในฐานะแชมป์กลุ่ม อย่างไรก็ตาม ยังต้องลุ้นว่าจะได้นักเตะตัวหลักมาร่วมทีมหรือไม่
“ทีมของผมจะชนะทั้งทีม ไทย และ เวียดนาม ถ้าลูกทีมไม่กดดันตัวเองกันเกินไป เรามาที่นี่ด้วยความหวังและเราจะทำมันให้สำเร็จอย่างแน่นอน โดยทีมของผมจะแข็งแกร่งขึ้น หากนักเตะที่เรียกตัวมาตามมาสมทบกับทีมครบครัน อาทิ อาลี อัดนาน ปีกซ้ายจากอูดิเนเซ ในลีกกัลโช ซีเรีย อา อิตาลี, ซาเคอร์ กับ อิสมาอิล ที่มีปัญหาด้านวีซ่านิดหน่อย และผู้เล่นอีกหลายคนที่ติดภารกิจต้องลงเเข่งขันรายการ เอเอฟซี คัพ ที่เลบานอน"
สำหรับ ทีมชาติไทย เป็นจ่าฝูงของกลุ่ม เอฟ แข่ง 5 นัด มี 13 คะแนน ส่วน อิรัก อันดับ 2 แข่ง 4 นัด มี 8 คะแนน ซึ่ง ไทย ขอเพียงผลเสมอก็จะเข้ารอบ 3 หรือรอบ 12 ทีมสุดท้าย ในฐานะแชมป์กลุ่ม แต่หากแพ้ก็ยังเข้ารอบในฐานะ 1 ใน 4 ทีมอันดับ 2 ที่มีคะแนนดีที่สุด





