สืบสน.จรเข้น้อย รวบแก๊งต้มตุ๋นอ้างเป็นตร.รีดไถเงินนับแสนทำแล้วกว่า 10 ครั้ง
พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร รรท.ผบช.น. พร้อมด้วย พล.ต.ต.พูลทรัพย์ ประเสริฐศักดิ์ พล.ต.ต.สมชาย นิตยบวรกุล พล.ต.ต.สมพงษ์ ชิงดวง รองผบช.น. พล.ต.ต.ชัยพร พานิชอัตรา ผบก.น.3 พ.ต.อ.อรรถวินทน์ เกษแก้ว ผกก.สน.จรเข้น้อย พ.ต.ท.พยงค์ เอี่ยมสกุล รองผกก.สส.สน.จรเข้น้อย พ.ต.ต.โกวิท ผิวผ่อง สว.สส.สน.จรเข้น้อย และเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนจรเข้น้อย ร่วมกันแถลงผลจับกุมนายอุทัย มาไทย อายุ 27 ปีนายธนู โพธิ์สุวรรณ์ อายุ 37 ปีและ น.ส.สุทธิพร นวลเนตร อายุ 30 ปีพร้อมของกลางกุญแจมือ 1 อัน ชุดตรวจสารเสพติดในปัสสาวะ 2 ตลับ บัตรประชาชนนายประยูญ อุบล บัตรประชาชนของนายณรงค์ ตีเหลา 1 ใบ สิ่งเทียมอาวุธปืนพกสั้น 1 กระบอก หมวกแก๊ปมีสัญลักษณ์ตราโล่ 2 ใบบัตรกดเงินสดธนาคารกสิกรไทย 1 ใบ ป้ายแขวนบัตรมีสัญลักษณ์ตำรวจ 1 อัน โทรศัพท์มือถือ 3 เครื่อง รถยนต์โตโยต้า ทะเบียน กว-9743 นครราชสมา ยาบ้า 2 เม็ด ใบรับรองผลการตรวจสารเสพติดในปัสสาวะ จากโรงพยาบาลลาดกระบัง หนังสือยินยอมให้ตรวจปัสสาวะ 1 ฉบับโดยจับกุมผู้ต้องหาทั้งหมดได้บริเวณริมถนนลาดกระบัง(หน้าร้านประคองมิตร) แขวง-เขตลาดกระบัง กทม. วันที่ 2 มี.ค. เวลา16.00 น.
พล.ต.ต.ชัยพร กล่าวว่า สืบเนื่องจากวันที่ 2 มี.ค. เวลา 11.00น. มีผู้เสียหายหลายรายมาร้องทุกข์ถูกกลุ่มคนร้ายอ้างเป็นตำรวจเข้ามาข่มขู่และใส่กุญแจมือผู้เสียหายนำตัวขึ้นรถยนต์ของกลางไปที่ต่างๆเรียกเอาทรัพย์สิน และเงินสด ตำรวจจึงวางแผนจับกุมพบรถต้องสงสัยตรงกับที่รับแจ้งจอดอยู่ริมถนนลาดกระบังจึงแสดงตัว ตรวจค้นพบ นายอุทัยและนายธนูอยู่ในรถ นำตัวมาสอบสวนสารภาพว่า ได้ร่วมกันก่อเหตุดังกล่าวจริง โดยมี น.ส.สุทธิพร เป็นคนชี้เป้าหมายบุคคล ระหว่างนั้น น.ส.สุทธิพร โทรศัพท์เข้ามาพอดี ตำรวจจึงให้ผู้ต้องหาทั้งสองทำทีนัด น.ส.สุทธิพร มาเจอเพื่อจับกุมพร้อมประสานผู้เสียหายมาชี้ตัวได้รับการยืนยันว่า ผู้ต้องหาทั้งหมดร่วมกันข่มขู่เอาทรัพย์สินจริง
สอบสวนผู้ต้องหาทั้ง 3 รับสารภาพว่า นายอุทัยและนายธนูทำทีเป็นตำรวจ สวมหมวกแก๊บของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ตร.) ห้อยบัตรนักสืบ พกอาวุธปืน พกกุญแจมือ และอุปกรณ์ตรวจปัสสาวะ ส่วน น.ส.สุทธิพร ทำหน้าที่หาเหยื่อโดยหาคนที่มีพฤติกรรมเกี่ยวข้องกับยาเสพติด โดยโทรศัพท์แจ้งนายอุทัย(ใช้นามแฝงว่า หมวดอุทัย) และนายธนู (ใช้นามแฝงว่า ดาบเจี๊ยบ)ขับรถยนต์ (ของกลาง) อ้างเป็นตำรวจใส่กุญแจมือผู้เสียหาย พร้อมใช้ปืนปลอมจี้บังคับให้ขึ้นรถ หากเหยื่อขัดขืนจะใช้มือตบเข้าที่ท้ายทอย และขู่ว่า“ถ้าวิ่งยิงมึงนะ แล้วยาอยู่ไหน ถ้าเจอจับเลยนะ” ก่อนจะใช้ชุดตรวจปัสสาวะตรวจ และข่มขู่เรียกเอาทรัพย์สิน ซึ่งในบางครั้งก็ได้เป็นเงินสด บางครั้งก็ให้โอนเข้าบัญชีธนาคารกสิกรไทย ก่อนจะนำเงินมาแบ่งกัน โดยทำมาแล้ว 10 ครั้ง
ล่าสุดมีผู้เสียหายร้องทุกข์แล้วง 4 ราย รวมแล้วโดนข่มขู่รีดเงินไปกว่า 190,000 บาท ส่วนผู้เสียหายอีก 1 ราย โดนข่มขู่รีดเงินไปจำนวน 15,000 บาท เจ้าหน้าที่แจ้งข้อหา ร่วมกันข่มขืนใจผู้อื่นให้ ยอมให้หรือยอมจะให้หรือผู้อื่นได้ประโยชน์ในลักษณะที่เป็นทรัพย์สินโดยใช้กำลังประทุษร้าย หรือโดยขู่เข็ญย่าจะทำอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย เสรีภาพ ชื่อเสียง หรือทรัพย์สินของผู้ถูกข่มขู่ หรือของบคลที่สามจนผู้ถูกข่มขืนใจยอมเช่นว่านั้น ,ร่วมกันหน่วงเหนี่ยวกักขังผู้อื่น หรือกระทำการด้วยประการใดให้ผู้อื่นปราศจากเสรีภาพและร่างกาย โดยเพิ่มข้อหานายอุทัย และนายธนู ฐานร่วมกันแสดงตนเป็นเจ้าพนักงานและกระทำการป็นเจ้าพนักงานโดยตนเองมิได้เป็นเจ้าพนักงานที่มีอำนาจกระทำการ ส่วน น.ส.สุทธิพร เพิ่มอีกข้อหา ฐานมียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) ไว้ในครอบครองโดยผิดกฎหมาย





