วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ผู้บริหารชุมนุมสหกรณ์ เรียกประชุมตั้งจุดรับซื้อยางราคาชี้นำ

ผู้บริหารชุมนุมสหกรณ์ตรังฯเรียกประชุมผู้บริหารสถาบันเกษตรกรในสังกัดการยางแห่งประเทศไทย เพื่อขอความร่วมมือ ตั้งจุดรับซื้อยางตามราคาชี้นำ

นางนิตรดา อาจเส็ม ผู้จัดการชุมนุมสหกรณ์ตรัง พร้อมด้วยนายประทบ สุขสนาน ประธานชุมนุมสหกรณ์ยางตรัง เรียกประชุมผู้บริหารสถาบันเกษตรกร ซึ่งเป็นเครือข่ายชุมนุมสหกรณ์ตรัง เพื่อชี้แจงทำความเข้าใจเกี่ยวกับวิธีการรับซื้อยางพาราจากเกษตรกร ในโครงการ"ส่งเสริมการใช้ยางในหน่วยงานภาครัฐ" จำนวน 100,000 ตัน งบประมาณ 4,500 ล้านบาท ซึ่งจะเริ่มดำเนินการในวันแรกในวันพรุ่งนี้ ไปจนถึงวันที่ 30 มิถุนายน 2559 หรือจนครบจำนวน 100,000 ตัน เพื่อขอความร่วมมือให้สถาบันเกษตรกรที่มีอยู่ในจังหวัดตรังทั้งหมด 64 แห่ง ตั้งเป็นจุดรับซื้อ ตามนโยบายการยางแห่งประเทศไทยที่ต้องการให้การรับซื้อยางในราคาชี้นำ เพื่อข่วยเหลือเกษตรกรในครั้งนี้ ให้สถาบันเกษตรกรซึ่งเป็นมีเกษตรกรเป็นเจ้าของ รับหน้าที่เป็นผู้รวบรวมยางทั้งหมดโดยมีคณะกรรมการฝ่ายจัดซื้อ ซึ่งประกอบด้วย เจ้าหน้าที่กยท.,เกษตร, คสช,กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ,ปปช และสตง.ในพื้นที่ร่วมกันเป็นกรรมการฝ่ายจัดซื้อจะลงไปประจำการ ณ จุดรับซื้อหน้าสถาบันเกษตรกรทุกจุด ทุกวัน

ทั้งนี้ ทางสถาบันเกษตรกรจะเป็นผู้รวบรวมยางทุกประเภท คือ น้ำยางสด ยางแผ่นดิบ และยางก้อนถ้วย จากเกษตรกรซึ่งได้ขึ้นทะเบียนไว้กับการยางแห่งประเทศไทย โดยในส่วนของน้ำยางสดจะนำมาแปรรูปเป็นยางแผ่นดิบ และยาแผ่นรมควัน ส่งให้แก่ชุมนุมสหกรณ์ตรัง เป็นฝ่ายรวบรวมยางเพื่ออัดก้อนหรือทำเป็นยางลูกขุน ก่อนที่จะส่งมอบให้กับการยางแห่งประเทศไทย เพื่อส่งมอบให้แก่ 8 องค์กรที่ต้องการซื้อนำไปใช้ในงานรับผิดชอบต่อไป ส่วนยางประเภทอื่นๆ สถาบันเกษตรกรจะส่งมอบให้แก่การยางแห่งประเทศไทยต่อไป นอกจากนั้นที่ ห้องประชุมการยางแห่งประเทศไทย สำนักงานตรัง นายโสภณ สุทธินนท์ หัวหน้าการยางแห่งประเทศไทย อ.เมือง เรียกประชุมผู้บริหารสถาบันเกษตรกรในพื้นที่ อ.เมืองตรัง และ อ.นาโยง ซึ่งอยู่ในพื้นที่รับผิอชอบ เพื่อชี้แจง ทำความเข้าใจ ถึงแนวทางการรับซื้อยาง 100,000 ตัน ตามนโยบายรัฐบาล เพื่อขอความร่วมมือให้สถาบันในพื้นที่ อ.เมืองตรัง และอ.นาโยง ซึ่งอยู่ในความรับผิดชอบ ร่วมเป็นจุดรับซื้อ และรวบรวมยาง

โครงการนี้ ได้สร้างความกดดันให้เจ้าหน้าที่ กยท.ทุกพื้นที่เป็นอย่างมาก เนื่องจากเป็นโครงการเร่งด่วน มาซ้อนกับโครงการไร่ละ 1,500 บาท ที่จะต้องเร่งจัดเตรียมข้อมูลทุกด้าน โดยเฉพาะทะเบียนเกษตรกรที่ยังไม่แล้วเสร็จสมบูรณ์ รวมทั้งผู้บริหารสถาบันเกษตรกรทุกแห่ง เนื่องจากทางสถาบันแต่ละแห่ง ทำหน้าที่แค่รับจ้างรวบรวมยางเท่านั้น มีรายได้จากการบริหารจัดการรวมแล้วประมาณ 5 บาท ต่อ กก. ไม่คุ้มค่าเหน็ดเหนื่อย หลายสถาบันจึงไม่ร่วมตั้งจุดรับซื้อ แต่ส่วนใหญ่ยินดีตั้งเป็นจุดรับซื้อ แม้จะไม่คุ้มค่าดำเนินการ เพราะต้องการช่วยเหลือเกษตรกร สำหรับจังหวัดตรังเตรียมจัดตั้งจุดรับซื้อให้ได้จำนวน 65 จุด หรืออาจจะมากว่านั้น ขึ้นอยู่กับการยางแห่งประเทศไทย สำนักงานตรัง ที่จะพิจารณาเพิ่มจุดรับซื้อ เพื่ออำนวยความสะดวกให้เกษตรกร