วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

'ซิโก้'เตรียมบู๊2รายการใหญ่ บอลโลก-ล่าแชมป์อาเซียน

“ซิโก้” เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง กุนซือทีมชาติไทย

ยกโปรแกรมคัดเลือก ฟุตบอลโลก เป็นรายการสำคัญของปี 2559 ซึ่งวางแผนล่วงหน้าในรอบ 12 ทีมรอไว้แล้ว รวมถึง เอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ 2016 ที่มีเป้าหมายคือแชมป์เท่านั้น ยอมรับเป็น 2 รายการที่กำหนดอนาคตวงการฟุตบอลไทย

“ช้างศึก” ทีมชาติไทย มีโปรแกรมสำคัญในปี 2559 รวม 2 รายการ คือฟุตบอลโลก 2018 รอบคัดเลือก โซนเอเชีย และเอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ 2016 ซึ่ง “ซิโก้” เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง หัวหน้าผู้ฝึกสอน ทีมชาติไทย เปิดเผยว่า 2 รายการนี้ถือเป็นทัวร์นาเมนท์สำคัญของ ทีมชาติไทย และอาจหมายถึงอนาคตของฟุตบอลไทยด้วย หากผลงานดีก็จะเป็นปีทอง แต่หากผลงานแย่ ก็อาจมีผลกระทบตามมา

“ฟุตบอลโลก 2018 รอบคัดเลือก โซนเอเชีย รอบ 2 ยังเหลืออีก 1 นัด เยือน อิรัก วันที่ 24 มีนาคมนี้ ซึ่งขอเพียงผลเสมอก็จะเข้ารอบในฐานะแชมป์กลุ่ม แต่เป้าหมายของเราคือต้องการเข้ารอบด้วยการเอาชนะ อิรัก ให้ได้ ซึ่งเมื่อเข้ารอบ 12 ทีม จะเป็นเกมนัดคัญทุกแมทช์ที่ลงสนาม เพราะมีผลต่อการเข้ารอบสุดท้าย ฟุตบอลโลก 2018 ที่ประเทศรัสเซีย ซึ่งแน่นอนว่าจะเป็นประวัติศาสตร์ของวงการฟุตบอลไทย โดยตอนนี้ได้วางแผนเอาไว้แล้วในการเตรียมทีมเล่นระบบเหย้า - เยือน ส่วนฟุตบอลชิงแชมป์อาเซียน “เอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ 2016” ที่ประเทศพม่า กับ ฟิลิปปินส์ เป็นเจ้าภาพร่วมกัน เป้าหมายก็คือ แชมป์เท่านั้นเพื่อเป็นการตอกย้ำถึงการเป็นเจ้าลูกหนังอาเซียนอย่างแท้จริง และทำสถิติคว้าแชมป์สูงสุดในภูมิภาคคือ 5 สมัย มากกว่า สิงคโปร์ ที่ได้ไป 4 สมัยเท่ากัน แต่จะประมาทคู่แข่งไม่ได้ เพราะทุกทีมต่างจ้องจะโค่น ทีมชาติไทย ให้ได้ ดังนั้นทั้ง 2 รายการ ถือว่าสำคัญต่อ ทีมชาติไทยมาก”

“ซิโก้” กล่าวต่อว่า หลังจากเสร็จศึกฟุตบอลอายุไม่เกิน 23 ปี ชิงแชมป์เอเชีย ที่กรุงโดฮา ประเทศกาตาร์ ซึ่ง ไทยเก็บได้แค่ 2 คะแนน ตกรอบแรก จากนี้ไปนักเตะจะแยกย้ายกลับไปรับใช้สโมสร ซึ่งตนหวังว่าหลายคนจะมีโอกาสลงสนามมากขึ้น เพื่อเก็บเกี่ยวประสบการณ์

“นักเตะอย่าง ชนาธิป สรงกระสินธ์, ธนบูรณ์ เกษารัตน์, พีระพัฒน์ โน๊ตชัยยา, ทริสตอง โด, นฤบดินทร์ วีรวัฒโนดม จะต้องทำงานหนักขึ้น เพราะปี 2559 นักเตะเหล่านี้จะเป็นกำลังหลักของ ทีมชาติไทย ขณะที่คนอื่นๆ ก็ต้องพยายามสอดแทรกลงสนามเป็นตัวจริงกับต้นสังกัดให้ได้เรื่อยๆ เพื่อให้ ทีมชาติไทย มีตัวเลือกมากขึ้น และหากใครโชว์ฟอร์มได้ดี รับประกันว่าจะถูกเรียกมาติด ทีมชาติไทย แน่นอน”

ด้าน “โค้ชโชค” โชคทวี พรหมรัตน์ ผู้ช่วยโค้ชทีมชาติไทย ที่ตัดสินใจไปรับงานคุมทีม “ยักษ์แสด” อุดรธานี ทีมในลีกภูมิภาค ดิวิชั่น 2 โซนตะวันออกเฉียงเหนือ กล่าวว่า จากนี้ตนก็คงไม่ได้ทำทีมชาติไทยแล้ว เพราะชุด ยู 23 ไม่มีโปรแกรมอีก อย่างไรก็ตาม ถ้าอนาคต ผู้ใหญ่ในสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย จะมอบหมายให้ทำทีมชุดซีเกมส์ หรือชุดอายุไม่เกิน 19 ปี หากไม่ติดขัดอะไร ตนยินดีรับหน้าที่แน่นอน

“เรื่องการคุมทีม อุดรธานี นั้น ผมมุ่งมั่นด้านการเป็นโค้ชอย่างเต็มที่ ตอนนี้ลาออกจากงานประจำที่ การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคแล้ว และกำลังอบรมโค้ชระดับ ซี-ไลเซนส์ ด้วย อย่างไรก็ตาม ยอมรับว่ากังวลเรื่องการเตรียมทีมพอสมควร เพราะตนเพิ่งกลับจากศึกที่กาตาร์ ซึ่งจะรีบไปคุมทีมโดยทันที”