ความเคลื่อนไหวของการจัดเลือกตั้ง นายกสมาคม
และสภากรรมการสมาคมฟุตบอล ซึ่งจะมีขึ้นวันที่ 11 ก.พ.นี้ แต่ในวันที่ 22 ม.ค.จะมีการคัดเลือก 30 เสียงจาก 83 สโมสรของลีกภูมิภาค เพื่อเป็นตัวแทนในการลงคะแนนเสียง
ล่าสุดเมื่อวันที่ 14 ม.ค.ที่อาคารเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบพระชนมพรรษา การกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) หัวหมาก “เสธ.โต” พล.ร.อ.สุรวุฒิ มหารมณ์ ประธานคณะกรรมการกลาง ที่ฟีฟ่าแต่งตั้งขึ้นมาเพื่อจัดการเลือกตั้ง เปิดแถลงความคืบหน้าของเรื่องนี้
เสธ.โต กล่าวว่า ตอนนี้มีคนมาสมัครทุกตำแหน่ง 61 คน สมัครที่สำนักงานคณะกรรมการกลาง 59 คน ที่สำนักเลขาธิการสมาคมกีฬาฟุตบอล 1 คน และส่งอีเมลมา 1 คน แต่ส่งอีเมลไร้เอกสาร สรุปมีสมัครชิงนายก 6 คน คือ ธวัชชัย สัจจกุล, พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง และ ดร.ชาญวิทย์ ผลชีวิน, พินิจ สะสินิน และ ณัฏฐพล ทีปสุวรรณ คนสุดท้ายสมัครผ่านสมาคมฟุตบอลคือ “สารวัตรแห้ว” พ.ต.ท.ชัยทรัพย์ธวัช ฤทธิ์เต็ม แต่ต้องขอบอกว่าจะต้องมาสมัครที่ กกท.เท่านั้น ดังนั้นหาก พ.ต.ท.ชัยทรัพย์ธวัช จะสมัคร ต้องมาที่ กกท.
“ผมตั้งขอสังเกตว่าการที่สำนักเลขาธิการ ดำเนินการรับสมัครถือเป็นการสร้างเงื่อนไขหรือไม่ ผมต้องการสร้างความปรองดองตามนโยบายรัฐบาล กับฟุตบอลเป็นแค่ส่วนเล็กๆ แล้วจะทำให้เกิดความขัดแย้งทำไม โดยเฉพาะเลขาธิการและรองเลขาธิการ เป็นข้าราชการในกองทัพ และข้าราชการประจำ การทำเช่นนี้เป็นสิ่งที่สมควรแล้วหรือ ส่วนผู้ที่มาสมัครที่นี่ผมยืนยันว่าท่านต้องมีสิทธิ์”
ประธานคณะกรรมการกลาง กล่าวด้วยว่า จากนี้ไปสำนักเลขาธิการไม่ต้องส่งเอกสารอะไรมาให้อีก ตนไม่รับ และไม่ต้องมาติดต่ออะไรกับคณะกรรมการกลาง ส่วนเรื่องเลือกตั้ง 30 เสียง ตนจะทำตามกำหนดเดิม ถ้าวันที่ 22 มกราคม ไม่จบ สมาคมบอลก็จบ เรื่องนี้ไม่ต้องมาพูดกันอีก เพราะฟีฟ่ามีหนังสือยืนยันให้ดำเนินการ ส่วนจะตนจะจัดเลือก 30 เสียงได้หรือไม่ หรือจะมีใครขวางหรือไม่ ก็แล้วแต่ ถ้าเลือก 30 เสียงไม่ได้ การเลือกตั้งวันที่ 11 กุมภาพันธ์ก็ไม่เกิด สมาคมฟุตบอลจะไร้ผู้บริหาร





