วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

จับหนุ่มรับเหมาหนีคดีฆ่านานร่วม14ปี

กองปราบจับหนุ่มรับเหมาหนีคดีฆ่านานร่วม 14 ปี ทำตัวเป็นผู้มีอิทธิพลในพื้นที่ปทุมธานี

พล.ต.ต.ชาญ วิมลศรี รอง ผบช.ก.รรท.ผบก.ป.สั่งการให้ พ.ต.ท.อรุณ วชิรศรีสุกัญยา รองผกก.1 บก.ป. รรท.ผกก.2 บก.ป.พร้อมด้วย พ.ต.ท.ต่อศักดิ์ ปานกลิ่นพุฒ สว.กก.2 บก.ป. เจ้าหน้าที่ กก.2 บก.ป. สนธิกำลังร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.สส.ภ.จ.ปทุมธานี ,สภ.ลาดหลุมแก้ว จ.ปทุมธานี ,สภ.เมืองพิษณุโลก จ.พิษณุโลก และเจ้าหน้าที่ทหารสังกัดกองพันทหารปืนใหญ่ต่อสู้อากาศยานที่ 1 รอ. ร่วมกันทำการจับกุมตัว นายวิโรจน์ หรือโรจน์ หรือจิรวัฒน์ ภาสดา อายุ 44 ปี อยู่บ้านเลขที่14/19 ม.5 ต.หน้าไม้ อ.ลาดหลุมแก้ว จ.ปทุมธานี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดพิษณุโลก เลขที่ 4/2559 ลงวันที่ 6 มกราคม ในความผิดฐาน “ร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา” สามารถจับกุมตัวได้ที่ บ้านพักเลขที่ 14/19 ม.5 ต.หน้าไม้ อ.ลาดหลุมแก้ว จ.ปทุมธานี เมื่อวันที่ 8 มกราคม ที่ผ่านมา

พ.ต.ท.ต่อศักดิ์ กล่าวว่า สืบเนื่องจากเมื่อปลายปีที่ผ่านมาได้รับเรื่องร้องเรียนจากชาวบ้านใน ต.หน้าไม้ อ.ลาดหลุมแก้ว จ.ปทุมธานี ให้ช่วยตรวจสอบประวัติของนายวิโรจน์ ผู้ต้องหารายนี้ ซึ่งมีอาชีพเป็นผู้รับเหมาแต่กลับมีพฤติกรรมชอบใช้ความรุนแรง ข่มขู่ ทำร้ายร่างกายชาวบ้าน ทำตัวเป็นผู้มีอิทธิพล จนชาวบ้านที่พักอาศัยในละแวกดังกล่าวเกิดความหวาดกลัวและไม่มั่นใจในความปลอดภัยของชีวิตและทรัพย์สิน จึงได้สั่งการให้ตำรวจชุดจับกุมดำเนินการตรวจสอบประวัติอาชญากรรมของนายนายวิโรจน์ จนทราบว่า ผู้ต้องหารายนี้เคยก่อเหตุร่วมกันฆ่าผู้อื่นตั้งแต่เมื่อปี พ.ศ.2545 ในพื้นที่ จ.พิษณุโลก 

“คดีดังกล่าวเป็นเหตุการณ์ทะเลาะวิวาทระหว่างกลุ่มของนายวิโรจน์ กับวัยรุ่นต่างถิ่นที่มาตั้งวงร่วมดื่มสุราด้วยกัน แต่ระหว่างนั้นได้เกิดมีปากเสียงกันขึ้น ก่อนที่กลุ่มของนายวิโรจน์ซึ่งมีจำนวนมากกว่าจะยกพวกไล่รุมทำร้ายผู้ตาย ด้วยการใช้เท้าเหยียบกดลงไปบนศีรษะของผู้ตายที่นอนคว่ำน้ำจมอยู่ในน้ำจนขาดใจตาย ก่อนจะแยกย้ายกันหลบหนี ส่วนนายวิโรจน์นั้นหลังจากเกิดเหตุได้พยายามหลบหนีไปกลบดานซ่อนตัวตามบ้านญาติในจังหวัดต่างๆจนเรื่องเงียบหายไป จึงได้ย้ายครอบครัวมาลงหลักปักฐานอยู่ในพื้นที่จ.ปทุมธานี เป็นเวลา 6 ปี รวมระยะที่ได้หลบหนีหลังจากก่อเหตุเป็นระยะเวลาทั้งสิ้น 14 ปี ก่อนมาถูกจับได้ในครั้งนี้” พ.ต.ท.ต่อศักดิ์ กล่าว

พ.ต.ท.ต่อศักดิ์ กล่าวต่ออีกว่า การจับกุมในครั้งนี้ตำรวจชุดจับกุมทำงานกันอย่างระมัดระวัง เนื่องจากผู้ต้องหารายนี้ถือเป็นบุคคลอันตราย จึงได้สนธิกำลังร่วมกับตำรวจท้องที่และทหารจำนวนกว่า 30 นาย นำกำลังเข้าปิดล้อมบ้านพักของนายวิโรจน์ ซึ่งเป็นบ้าน 2 ชั้น มีกำแพงล้อมรอบปิดมิดชิด 2 ชั้น โดยชั้นแรกเป็นกำแพงคอนกรีตอย่างหนา ถูกซ้อนด้วยกำแพงลวดหนามอีก 1 ชั้น พร้อมสุนัขพันธ์ดุคอยเฝ้าระวังภายในบริเวณรั้วบ้านอีกหลายตัว ทั้งนี้ระหว่างที่เข้าทำการปิดล้อม นายวิโรจน์ ได้เกิดไหวตัวทัน พยายามวิ่งหนีออกทางด้านหลังบ้าน ซึ่งเป็นป่าละเมาะและเนินดินสูง แต่ทางตำรวจเองก็ได้วางแผนรับมือมาเป็นอย่างดี จึงสามารถจับกุมตัวได้ในที่สุด

จากการสอบสวนนายวิโรจน์ ยังให้การภาคเสธ โดยรับว่าได้อยู่ในเหตุการณ์ดังกล่าวจริง แต่ไม่ได้เป็นผู้ลงมือฆ่าผู้ตาย และไม่ได้ทำตัวเป็นผู้มีอิทธิพลตามที่ถูกชาวบ้านร้องเรียนแต่อย่างใด 

เบื้องต้นตำรวจยังไม่ปักใจเชื่อคำให้การจึงแจ้งข้อกล่าวหาตามหมายจับ พร้อมส่งตัวให้พนักงานสอบสวน สภ.เมืองพิษณุโลก รับตัวไปดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป