คณะกรรมการกลางยืนยัน หารือตัวแทน ฟีฟ่า และเอเอฟซี
ให้อำนาจคณะกรรมการกลางเต็มที่ในการเลือก 30 เสียงจากดิวิชั่น 2 ใหม่ ชี้ทุกอย่างต้องจบภายในวันที่ 15 ก.พ. หากไม่ทันไม่อาจรับรองได้ว่าจะมีผลตามมาอย่างไร และให้อำนาจ “เสธ.โต” พล.ร.อ.สุรวุฒิ มหารมย์ เทียบเท่านายกสมาคมบอล
ความเคลื่อนไหวการจัดเลือกตั้ง สมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย กรณีปัญหาเรื่อง 30 เสียงจากดิวิชั่น 2 ที่จะเป็นตัวแทนไปโหวตเลือกตั้งนายกสมาคม และสภากรรมการ ที่มีปัญหามาโดยตลอด เนื่องจากคณะกรรมการกลาง ที่แต่งตั้งโดยสหพันธ์ฟุตบอลนาชาติ (ฟีฟ่า) จะจัดการเลือก 30 เสียงใหม่ แต่สมาคมฟุตบอลไม่ส่งหนังสือเชิญ 83 สโมสรในดิวิชั่น 2 มาทำการประชุมเพื่อเลือก 30 เสียงใหม่ เพราะยืนยันมาโดยตลอดว่า 30 เสียงเดิมที่มีการคัดเลือกกันเองก่อนหน้านี้ทำอย่างถูกต้องแล้ว
ล่าสุดเมื่อวันที่ 7 มกราคม ที่ผ่านมา นายลูกา นิโกลา ตัวแทนฟีฟ่า ได้เดินทางหารือกับ นายนรินทร์พงศ์ จินาภักดิ์ ประธานฝ่ายกฎหมายสมาคมฟุตบอล ที่โรงแรมโกลเดน ทิวลิปฯ จากนั้นได้เดินทางต่อไปยังการกีฬาแห่งประเทศไทยฯ (กกท.) เพื่อหารือกับ “เสธ.โต” พล.ร.อ.สุรวุฒิ มหารมย์ ประธานคณะกรรมการกลาง และตัวแทนสโมสรสมาชิกในศึกดิวิชั่น 2 จำนวน 38 ทีม
หลังการพูดคุยกับทั้ง 2 ฝ่ายเสร็จสิ้น “เสธ.โต” ได้เปิดแถลงว่า คณะกรรมการกลาง ได้รับการชี้แจงจากตัวแทนฟีฟ่าและเอเอฟซี ว่า ประธานคณะกรรมการกลางดำรงตำแหน่งเทียบเท่านายกสมาคมฟุตบอล ตามข้อบังคับสมาคมฟุตบอล 2558 ข้อ 35 และสามารถแต่งตั้งหรือเพิกถอนเลขาธิการสมาคม หากขัดขวางหรือไม่ให้ความร่วมมือกับคณะกรรมการกลาง นอกจากนั้นคณะกรรมการกลางมีอำนาจทุกอย่าง โดยที่ต่อไปนี้ไม่ต้องขอความเห็นจากฟีฟ่า หรือ เอเอฟซี อีกต่อไป ทั้งนี้เพื่อให้การทำงานของคณะกรรมการกลางเป็นไปตามกำหนด ทางฟีฟ่าและเอเอฟซี ยืนยันว่า ไม่มีคำสั่งอนุญาตให้คณะกรรมการกลางเลื่อนกำหนดการใดๆ อีก และหากไม่ดำเนินการการเลือกตั้งนายกสมาคมฟุตบอล ก่อนวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2559 ตัวแทนฟีฟ่าและเอเอฟซี ไม่สามารถบอกได้ว่าผลการพิจารณาจากคณะกรรมการฉุกเฉินของฟีฟ่า จะออกมาเป็นอย่างไร”
“เสธ.โต” กล่าวต่อว่าคณะกรรมการกลางได้หารือ “ไตรภาคี” ซึ่งประกอบไปด้วย ตัวแทนจากฟีฟ่าและเอเอฟซี, ตัวแทนจาก กกท. และคณะกรรมการกลาง มีมติ 3 ข้อ ดังนี้ 1.คณะกรรมการกลางจะจัดส่งเอกสารต่างๆ ไปยังสมาชิกสมาคมกีฬาฟุตบอล เอง 2.กำหนดการรับสมัครสภากรรมการสมาคมกีฬาฟุตบอล คือวันที่ 8 และ 11 มกราคม ณ ตึก กกท. เวลา 9.00 น. - 17.00 น. และ 3.เห็นชอบให้วันที่ 22 มกราคม เป็นกำหนดวันเลือกตั้ง 30 เสียงจากดิวิชั่น 2 ณ ตึก กกท. เวลา 13.00 น.
ด้าน นายนรินทร์พงศ์ กล่าวว่า ตนแปลกใจที่ ตัวแทน 2 ท่าน มาร่วมโต๊ะนั่งแถลงข่าวกับคณะกรรมการกลางด้วยได้อย่างไร เพราะการที่ 2 ตัวแทนดังกล่าว มารับข้อมูลจาก 2 ฝ่ายแล้ว ควรนำข้อมูลไปแจ้งคณะกรรมการฉุกเฉินฟีฟ่าเสียก่อน จึงมีคำตัดสิน
“นอกจากนี้ในการประชุมใหญ่ 11 กุมภาพันธ์ ก่อนวาระเลือกตั้ง ก็ต้องมีการรับรองระเบียบการเลือกตั้งใหม่ แต่หากสโมสรสมาชิกไม่รับรอง จะทำอย่างไรต่อไป ทั้งนี้ผมจะทำหนังสือสรุปข้อมูลทั้งหมดส่งให้ ฟีฟ่าด้วยตัวเอง”





