คืบหน้า อุบัติเหตุรถทัวร์ชาวมาเลเซีย เตรียมจ่ายศพละ 1.6 ล้าน ญาติเดินทางมารับศพภายในวันนี้
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีอุบัติเหตุรถทัวร์นักท่องเที่ยวชาวมาเลเซียตกไหล่ทาง ที่บริเวณดอยนางแก้ว อ.ดอยสะเก็ด จ.เชียงใหม่ ล่าสุด ตัวเลขผู้เสียชีวิต 14 ศพ เป็นชาวมาเลย์ 13 ศพ และไกด์หญิงชาวไทยอีก 1 ศพ ได้เร่งส่งศพพิสูจน์นิติเวช รพ.มหาราชนครเชียงใหม่ ส่วนความช่วยเหลือเบื้องต้น จะมีเงินชดเชยผู้เสียชีวิตศพละ 1.6 ล้านบาท จากเงินประกัน
ร.ต.ท.สนั่น พรหมมา พงส.สภ.ดอยสะเก็ด จ.เชียงใหม่ เปิดเผยว่า สำหรับความคืบหน้ากรณีเกิดอุบัติเหตุครั้งใหญ่ กับรถทัวร์นักท่องเที่ยวชาวมาเลเซีย ที่มาท่องเที่ยวที่จังหวัดเชียงราย และเชียงใหม่ เมื่อช่วงเที่ยงวานนี้ ที่ดอยนางแก้ว ถนนสายเชียงใหม่-เชียงราย บริเวณกิโลเมตรที่ 42-43 พื้นที่ บ้านปางแฟน ต.ป่าเมี่ยง อ.ดอยสะเก็ด จ.เชียงใหม่ ล่าสุด ยอดผู้เสียชีวิตรวม 14 ราย เป็น ชาย 5 คน หญิง 9 คน (เสียชีวิตที่เกิดเหตุ 11 ราย เสียชีวิตที่โรงพยาบาล 3 ราย) แยกเป็นนักท่องเที่ยวชาวมาเลเซีย 13 ราย และ ไกด์หญิงชาวไทย 1 ราย บาดเจ็บ 12 ราย ชาย 3 ราย หญิง 9 ราย โดยมี นายสมพร บัวหลวง อายุ 58 ปี เป็นพนักงานขับรถได้รับบาดเจ็บ
จากการสอบสวน พบว่า สาเหตุของอุบัติเหตุครั้งนี้ เกิดขึ้นจากความประมาทของนายสมพร พนักงานขับรถทัวร์ดังกล่าว ที่ขับด้วยความเร็วเกินกำหนด ประกอบกับ สภาพรถไม่สมบูรณ์เต็มร้อย เมื่อถึงทางโค้งลาดชัน เกิดอาการเบรกชำรุด ห้ามรถไม่อยู่ จึงได้เกิดการเสียหลักเฉี่ยวชนรถยนต์จำนวน 4 คนก่อนจะชนเสาไฟฟ้าและพุ่งตกไหล่ทางที่ลึกกว่า 2 เมตร ทำให้การช่วยเหลือเป็นไปอย่างยากลำบาก ขณะที่ในส่วนของข้อมูลที่ว่ามีการชนแล้วหนีนั้น จะได้มีการเร่งสอบสวนหาพยานหลักฐานที่แน่ชัด เพื่อเร่งสรุปสำนวนคดีให้แล้วเสร็จก่อนที่จะดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป
ทั้งนี้ ผู้ที่ได้รับบาดเจ็บยังคงพักรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาล ส่วนศพผู้เสียชีวิตทั้ง 14 รายถูกส่งไปชันสูตร ที่แผนกนิติเวชโรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ โดยปัจจุบันได้ประสานงานติดต่อญาติของผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บทุกคนแล้ว ล่าสุดทราบว่าญาติของชาวมาเลเซียทั้งหมด จะได้เดินทางมารับญาติ รับศพ และทรัพย์สินส่วนตัว รวมทั้งติดต่อความคืบหน้าคดีและค่าสินไหมทดแทน โดยจะเดินทางตรงจากมาเลเซียมายังจังหวัดเชียงใหม่ ภายในวันนี้
ขณะที่ นายปวิณ ชำนิประศาสน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เปิดเผยว่า ปัจจุบันได้มีการตั้งศูนย์ อำนวยการให้ความช่วยเหลือผู้บาดเจ็บจากดังกล่าว แล้วที่โรงพยาบาลมหาราชเชียงใหม่ โดยตนเป็นประธาน โดยให้ ปภ. เชียงใหม่ เป็นเจ้าภาพหลักในการประสานดูแลอำนวยความสะดวกในด้านต่างๆ ร่วมกับ คปภ.จังหวัดเชียงใหม่, ตำรวจภูธรจังหวัดเชียงใหม่, ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดเชียงใหม่, สมาคมท่องเที่ยวจังหวัดเชียงใหม่, สำนักงานขนส่งจังหวัดเชียงใหม่ และผู้ประกอบการขนส่ง ซึ่งได้มีการเน้นย้ำให้ดูแลผู้ที่ได้รับบาดเจ็บอย่างเต็มที่ดีที่สุดในฐานะเจ้าบ้านและดูแลกรณีผู้เสียชีวิต
เบื้องต้น ได้มีการเยียวยาจากทางสำนักงานประกันภัย กรณีเสียชีวิต ผู้เสียชีวิตจะได้รับเงินค่าสินไหมทดแทนรายละ 1ล้าน 6 แสนบาท แยกเป็นค่าทดแทนจากประกันภัย พรบ. (บจก. วิริยะประกันภัย) 2 แสน บาท ประกันภัยชั้น 3 (บจก.วิริยะประกันภัย) 3 แสนบาท ประกันอุบัติเหตุ (บจก.วิริยะประกันภัย) 1 แสน บาท ประกันภัยตาม พรบ.ท่องเที่ยวและมัคคุเทศก์ (บจก. กรุงเทพประกันภัย) ที่ทำไว้กับกรมการท่องเที่ยวอีก 1 ล้านบาท
ส่วนกรณีบาดเจ็บได้รับค่ารักษาพยาบาลเท่าที่จ่ายจริง จากประกัน พรบ.อีกไม่เกิน 5 หมื่น บาท จากประกันชั้น 3 เท่าที่จ่ายจริงส่วนที่เกินจาก พรบ. อีกไม่เกิน 3 แสนบาท จากประกันภัยตาม พรบ. ท่องเที่ยวและมัคคุเทศก์ ไม่เกิน 5 แสน บาท กรณีได้รับบาดเจ็บทุพพลภาพอย่างถาวร ได้ค่าทดแทนเท่ากับกรณีเสียชีวิตอีกด้วย





