ผู้การฯชัยภูมิ สั่งระดมจนท. ไล่ล่าแท็กซี่สีเหลือง-เขียว ขับผ่านเข้ามาในพื้นที่ ก่อนพบหนุ่มชาวเกาหลีใต้กลายเป็นศพ
ความคืบหน้า คดีอุ้มฆ่าหนุ่มชาวเกาหลีใต้ นายลี แจ ฮุน อายุ 23 ปี ที่เดินทางเข้าประเทศไทยมาลงเครื่องที่สนามบินดอนเมือง กทม. เมื่อช่วงเย็นเวลา 15.30 น. ของวันที่ 11 ธ.ค.ที่ผ่านมา ก่อนที่จะมาพบกลายเป็นศพถูกฆ่าและนำศพมาทิ้งข้ามจังหวัดไว้บริเวณริมถนนในพงหญ้า ข้างทางเข้าหมู่บ้านกระทุ่มพระ หมู่ 3 ต.บ้านตาล อ.บำเหน็จณรงค์ จ.ชัยภูมิ เมื่อช่วงเวลาประมาณ 18.00 น.ของวันที่ 12 ธ.ค.ที่ผ่านมาเวลา
ล่าสุดเมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 15 ธ.ค.58 พล.ต.ต.พงศ์ฤทธิ์ บุญเลี้ยง ผู้บังคับการตำรวจภูธร จ.ชัยภูมิ ได้สั่งระดมเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนจากภูธรจังหวัด และอำเภอจาก สภ.บำเหน็จณรงค์ เข้าร่วมสนธิกำลังกับ พ.ต.ท.พงศ์ทัศน์ พิมพ์เรือง สารวัตรใหญ่หัวหน้า สภ.หัวทะเล เจ้าของท้องที่เกิดเหตุ เร่งออกติดตามบุคคลที่เกี่ยวข้องและผู้ต้องสงสัยในคดี และเร่งเก็บหาหลักฐานเพิ่มเติมในพื้นที่เกิดเหตุ ซึ่งช่วงนี้จะขอกันพื้นที่เพื่อไม่ให้บุคคลที่ไม่เกี่ยวข้องเข้าไปภายในพื้นที่จุดเกิดเหตุทั้งหมดไว้ก่อน
พ.ต.ท.พงศ์ทัศน์ เปิดเผยว่า ล่าสุดจากการเข้าตรวจสอบในพื้นที่ ที่เกิดเหตุพบศพชาวเกาหลีใต้ มีพยานหลักฐานทั้งมีรอยรองเท้าที่น่าจะเป็นของชาวเกาหลีหรือมีตราสัญญาลักษณ์ซื้อสวมใส่มาจากเกาหลีด้วย และรวมทั้งพบมีก้นบุหรี่ที่เป็นของชาวต่างชาติและน่าจะมีการซื้อขายเฉพาะที่ประเทศเกาหลีใต้ ตกอยู่ในที่เกิดเหตุเพิ่มเติม ซึ่งน่าจะมีชาวเกาหลีอีกไม่น้อยกว่า 2 คน เดินทางนำศพหนุ่มชาวเกาหลีใต้มาทิ้งในที่เกิดเหตุร่วมด้วย นอกจากจะมีคนขับรถแท็กซี่มาด้วยอีกคน เพราะยังพบว่ามีรอยล้อรถยนต์ ซึ่งมีพยานชาวบ้านในพื้นที่
นางสำรวม วัย 60 ปี ชาวบ้านทุ่งพระที่อยู่ใกล้เคียงกับที่เกิดเหตุ ให้ข้อมูลเพิ่มเติมอีกว่า ก่อนวันที่จะมีคนมาพบศพชาวเกาหลีใต้รายนี้เมื่อช่วงเวลา 18.00 น. ของวันที่ 12 ธ.ค. ในช่วงเช้าวันเดียวกันเวลาประมาณ เกือบ 05.00 น. ตนเองได้ขับรถ จจย.เพื่อเดินทางผ่านจุดพบศพไม่ไกลกันห่างประมาณ 20 เมตร ซึ่งจะตรงกับทางออกหมู่บ้านเชื่อมถนนใหญ่พอดีเพื่อไปตลาด ก็พบว่ามีร่องรอยกองเลือดกองอยู่จำนวนมาก แต่ก็ไม่คิดอะไร นึกว่ามีคนขับรถมาชนสุนัขเข้าแล้วรากลงมาริมถนนลงมาทิ้ง รวมทั้งก่อนพบศพก็ยังมีชาวบ้านใกล้เคียงอีกหลายคนพบเห็นว่ามีรถแท็กซี่สีเหลือง-เขียว แต่ไม่ทราบป้ายทะเบียนขับผ่านเข้ามาในพื้นที่ใกล้จุดเกิดเหตุก่อนพบศพชาวเกาหลีใต้รายนี้อีกด้วย
ทั้งนี้ ลักษณะการฆ่าอย่างโหดเหี้ยม ทั้งใช้เชือกรัดคอจนคอหัก และยังใช้ของมีคมแทงซ้ำที่ลำตัวอีก 2 แผลขนาดใหญ่กว้างกว่า 3 ซม.และมีความลึกกว่า 6 นิ้วทั้ง 2 แห่ง ผลตรวจพบว่ามีการเสียชีวิตมานานแล้วกว่า 12 ชั่วโมง ก่อนที่จะมีการนำศพมาทิ้งเพื่ออำพรางคดีข้ามจังหวัดจาก กทม. มาทิ้งไว้ที่ จ.ชัยภูมิ และน่าจะเป็นการว่าจ้างรถแท็กซี่พามา หลังล่าสุดในพื้นที่จะยังไม่พบกล้องวงจรปิดพบเห็นรถแท็กซี่ดังกล่าวในพื้นที่ก็ตาม แต่ก็มีทั้งพยานบุคคลชาวบ้านใกล้เคียงพบเห็นอีกจำนวนมาก
รวมทั้งตรวจพบภาพหลักฐานในวงจรปิดที่ตรอกข้าวสาร อีกแห่ง พบว่าหนุ่มเกาหลีใต้รายนี้ก่อนตาย ที่มีการเดินทางมาถึงไทยออกจากดอนเมืองและขึ้นรถแท็กซี่คันแรก และรถจยย.รับจ้างป้ายดำอีกคัน ให้ไปส่งย่านตรอกข้าวสาร ก็ยืนยันว่าเขายังมีชีวิตอยู่ในช่วงเวลา 15.30-17.00 น. วันที่ 11 ธ.ค. ก่อนที่ครั้งสุดท้ายจะมีแท็กซี่อีกคันมารับแต่ยังไม่ทราบป้ายทะเบียน ก่อนที่หายตัวมาโผล่กลายเป็นศพที่จ.ชัยภูมิ ในวันที่ 12 ธ.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งจะได้เร่งติดตามตัวคนขับแท็กซี่อีกรายสุดท้ายมาสอบสวนหาข้อมูลเพิ่มเติมต่อไป
ในส่วนการส่งศพไปผ่าพิสูจน์ขณะนี้น่าจะได้ข้อมูลเพิ่มเติมด้วยว่าในกระเพาะอาหารผู้ตายชาวเกาหลีก่อนตายรับประทานอะไรไปบ้าง เป็นอาหารจากร้านไหนเพื่อติดตามผู้เกี่ยวข้องเกาะรอยการเดินทางทั้งหมดก่อนเสียชีวิตได้เพิ่มเติมโดยละเอียดได้อีกครั้งเพิ่มเติมต่อไปด้วยอีกทางเพื่อเร่งคลีคลายคดีนี้โดยเร็วต่อไปให้ได้
นอกจากนี้เองในส่วนทางญาติผู้ตายของหนุ่มนักท่องเที่ยวชาวเกาหลีใต้รายนี้ ล่าสุดได้ติดต่อมาที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติแล้ว ว่าจะเดินทางมาพบเจ้าหน้าที่และให้ข้อมูลต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติของไทยได้ในไม่เกินวันพรุ่งนี้ (16 ธ.ค.58)ต่อไป เพื่อหาสาเหตุการถูกอุ้มฆ่าครั้งนี้ที่แท้จริงเป็นอย่างไรโดยเร็วต่อไป




