วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ญาติเหยื่อเสียชีวิตในค่ายทหาร ไม่มาถกสอบข้อเท็จจริงนัดแรก

ประชุมนัดแรก เสียชีวิตระหว่างควบตัวค่ายทหาร ญาติผู้เสียชีวิตไม่มาร่วม ที่ประชุมยังไม่สามารถสรุปได้ รอวันที่16ธ.ค.

เมื่อวันที่13 ธ.ค. ที่ห้องประชุมศาลากลางจังหวัดปัตตานี นายเถกิงศักดิ์ ยกศิริ รองผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี เป็นประธานที่ประชุม ร่วมกับ พล.ต.มณี จันทรทิพย์ รองแม่ทัพภาคที่ 4 นายแวดือราแม มะมิงจิ ประธานคณะกรรมการอิสลามจังหวัดปัตตานี

โดยมีคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง กรณี การเสียชีวิตของนายอับดุลลายิบ ดอเลาะ ที่ถูกควบคุมตัวตามพระราชกำหนดการบริ หารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ2548ได้เสียชีวิต ณ.หน่วยซักถามหน่วยข่าวกรองทางทหารส่วนหน้าจังหวัดชายแดนภาคใต้ ค่ายอิงคยุทธบริหาร ต.บ่อทอง อ.หนองจิก จ.ปัตตานี โดยไม่ปรากฏสาเหตุในเบื้องต้น เมื่อวันที่4ธค.2558

ซึ่งเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง พนักงานสอบสวน สภ.หนองจิก พนักงานอัยการและนายแพทย์โรงพยาบาลหนองจิก ได้ทำการชันสูตรพลิกศพเบื้องต้นแล้ว ไม่พบร่องรอยการถูกทำร้ายร่างกาย และไม่มีบาดแผลใดๆ ตามร่างกายของศพ

แต่ไม่สามารถยืนยันถึงสาเหตุของการเสียชีวิตได้ เนื่องจากญาติผู้เสียยังมีข้อสงสัยกรณีการเสียชีวิต เพื่อสร้างกระจ่างและเกิดความเข้าใจที่ถูกต้องต่อสาธารณชนและไม่ถูกนำเป็นประเด็นขัดแย้ง

ซึ่งวันนี้เป็นวันแรก ที่จะทำการสอบสวนข้อเท็จจริง มีตัวแทนจากศอ.บต.ตัวแทนจากคณะกรรมากรสิทธิมนุษยชนแห่งชาติประธานมูลนิธิทนายความมุสลิมปัตตานี ที่เป็นองค์ที่ครอบครัวผู้เสียชีวิตมาร้องเรียนขอความเป็นธรรมประธานกำนัน ผู้ใหญ่บ้านอำเภอหนองจิก และอื่นๆ

แต่ปรากฏว่าตัวแทนของผู้ตาย ไม่มีใครมาโดยไม่อนุญาตให้สื่อมวลชนเข้าไปฟังทำให้สื่อมวลชน สงสัยเนื่องจากคณะกรรมการได้ประกาศชัดเจนว่า จะดำเนินการด้วยความโปร่งใส ขณะที่ผู้สื่อข่าวจะเข้าไปสังเกตุการณ์แต่ไม่อนุญาตเข้าไปฟัง

โดยที่ประชุม ได้เรียกเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง พนักงานสอบสวน สภ.หนองจิก พนักงานอัยการและนายแพทย์โรงพยาบาลหนองจิก ที่ได้ทำการชันสูตรพลิกศพเบื้องต้นแล้วในวันเกิดเหตุมาสอบปากคำหลังจากที่ประชุมมีการสอบสวนเสร็จแล้วบางส่วนคือ อัยการจังหวัดกับพนักงานสอบสวนฝ่ายปกครอง และตำรวจมีเพียงนายแพทย์หนองจิก เพียงปากเดียวที่ยังไม่มา ก็ได้เรียกสื่อมวลชนเพื่อแถลงข่าวผลสรุปเบื้องต้น

 สรุปได้ว่าจากการสอบสวนทั้ง 4 หน่วยงาน มีข้อมูลตรงกัน ไม่พบร่องรอยการถูกทำร้าย แต่ไม่สามารถบ่งชี้ชัดการตายได้ซึ่งคงจะต้องส่งนิติวิทยาศาสตร์ หรือผู้เชี่ยวชาญในการตรวจพิสูจน์ว่าตายธรรมชาติ หรือตายไม่ธรรมชาติเป้นหน้าที่ของพนักงานสอบสวนดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป คือยื่นคำร้องต่อศาล ไต่สวนต่อไป

ส่วนญาติผู้เสียหายข้องใจการตาย แบบธรรมชาติเนื่องจากผู้ตายเป็นคนสุขภาพแข็งแรงดี ไม่น่าตายง่ายๆ2 ภรรยาผู้ตายบอกว่าตอนไปเยี่ยมผู้ตาย มีอาการหวาดกลัว 3 ลักษณะศพมีหลายอย่างสงสัย4 จนท.ให้เยี่ยมญาติรู้สึกว่า น่าจะใกล้ชิดกว่านี้

อย่างไรก็ตามที่ประชุม จะดำเนินการอย่างโปร่งใสรอบด้าน เน้นการมีส่วนร่วม และเน้นให้ผู้เชี่ยวญชาญมาตรวจสอบข้อเท็จจริงพร้อมสรุปข้อเท็จจริงต่อสาธารณชนภายในวันที่16ธันวาคม2558