วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ลุยจับ'อวนรุน'แหลมเกาะกา 2ชาวประมงกระโดดจากเรือหนี

จนท.ชุดใบไม้เขียว ลุยจับ "อวนรุน" ผิดกฎหมาย ที่แหลมเกาะกา 2ชาวประมงกระโดดจากเรือหนี

เมื่อเวลา 21.00น. วันที่ 8 ธ.ค. นายนภดล สิทธี หัวหน้าชุดเฉพาะกิจ ร่วมกับนายฐาปนพันธ์ สุรจิต หัวหน้างานปราบปรามประมงทะเล ศูนย์บริหารจัดการประมงทะเลฝั่งอันดามัน กระบี่ (ใบไม้เขียว) พร้อมกำลังรวม 5 นาย ออกทำการลาดตระเวนเฝ้าระวังการลักลอบทำประมงผิดกฎหมายในพื้นที่บริเวณปากแม่น้ำกันตัง

 พบเรือประมงอวนรุนขนาดเล็กกำลังทำการลักลอบจับสัตว์น้ำในบริเวณหัวแหลมเกาะกา หมู่ 4 บ้านเกาะเคี่ยม ต.กันตังใต้ อ.กันตัง จ.ตรัง โดยมีคนในเรือจำนวน 2 คน จึงแสดงตนเข้าจับกุม ปรากฏว่าเจ้าของเรือและลูกเรือทั้ง 2 คน กระโดดน้ำหนี แต่เจ้าหน้าที่สามารถบันทึกภาพใบหน้าของ 1 ใน 2 ผู้ต้องหาคนดังกล่าวไว้ได้ พร้อมกับยึดเรือประมงอวนรุนประกอบเครื่องยนต์ไว้ได้ 1 ลำ พร้อมอุปกรณ์ทำประมงอวนรุน และสัตว์น้ำวัยอ่อนอีกจำนวนหนึ่ง ทั้ง กุ้ง ปู ปลา ขนาดเล็ก และโทรศัพท์มือถือ 1 เครื่อง จึงยึดไว้เป็นของกลาง

จากนั้นได้ช่วยกันลากเรืออวนรุนพร้อมของกลางดังกล่าวกลับมาที่ท่าเรือของสำนักงานเจ้าท่าภูมิภาค สาขาตรัง เพื่อนำส่งพนักงานสอบสวน สภ.กันตัง ในการติดตามเจ้าของเรือและลูกเรือที่หลบหนีไปได้ มาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป โดยเตรียมตั้งข้อหาหนัก เพื่อไม่ให้เป็นเยี่ยงอย่างกับชาวบ้านคนอื่นๆต่อไปว่า กระทำการขัดคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติที่ ๒๔ / ๒๕๕๘ เรื่อง การแก้ไขปัญหาการทำการประมงผิดกฎหมาย ขาดการรายงาน และไร้การควบคุม เพิ่มเติม ข้อ ๒ ห้ามมิให้บุคคลใดใช้หรือมีไว้ในครอบครองเพื่อใช้ซึ่งเครื่องมือทำการประมง ดังต่อไปนี้

(๑) เครื่องมืออวนรุนที่ใช้ประกอบกับเรือยนต์ เว้นแต่การใช้เครื่องมืออวนรุนเคยที่ใช้ ประกอบเรือยนต์ทำการประมงตามรูปแบบของเครื่องมือ ขนาดเรือ วิธีการทำการประมง พื้นที่ทำการประมง และเงื่อนไขที่ศูนย์บัญชาการแก้ไขปัญหาการทำการประมงผิดกฎหมายประกาศกำหนด ทั้งนี้ ข้อ ๔ หากผู้ใดฝ่าฝืนคำสั่งฉบับนี้ หรือประกาศที่ออกตามคำสั่งนี้ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปี หรือปรับตั้งแต่หนึ่งแสนบาทถึงห้าแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ โดยเตรียมจะนำของกลางส่งพนักงานสอบสวน สภ.กันตัง เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายในวันพรุ่งนี้ (9 ธค.)

อย่างไรก็ตาม หลังเจ้าหน้าที่ลากเรือและของกลางกลับถึงฝั่ง ปรากฏว่าได้มีชายคนหนึ่ง ขับเรือฝ่าความมืดเข้ามาเจรจา เพื่อขอโทรศัพท์จากเจ้าหน้าที่คืน โดยอ้างว่าญาติที่กระโดดน้ำหนีและเป็นเจ้าของโทรศัพท์วานให้มาขอโทรศัพท์คืน เพราะไม่มีโทรศัพท์ใช้ แต่เจ้าหน้าที่รู้ทันว่า ชายคนดังกล่าวต้องการจะขอโทรศัพท์คืน เพราะเกรงเจ้าหน้าที่จะสืบชื่อที่อยู่จากซิมโทรศัพท์มือถือนั่นเอง จึงไม่ยอมคืนให้ โดยยืนยันจะดำเนินคดีตามกฎหมายให้ถึงที่สุด เนื่องจากขณะนี้มีชาวบ้านจำนวนมากทั้งที่เคยประกอบอาชีพทำประมงโพงพางและประมงชนิดอื่น ลักลอบมาทำเรือประมงอวนรุน โพงพางใต้น้ำ ลอบพับได้หรือไอ้โง่กันมากขึ้น ซึ่งยากต่อการติดตามจับกุม จึงต้องการจะดำเนินคดีตามกฎหมายให้เป็นกรณีตัวอย่างแก่ชาวบ้านรายอื่นๆต่อไป