“จิ้งจอก” เลสเตอร์ กลับขึ้นจ่าฝูง พรีเมียร์ลีกอังกฤษอีกหน
หลังบุกถล่ม “หงส์ขาว” สวอนซี 3-0 ด้าน “เรือใบสีฟ้า” แมนฯ ซิตีพ่าย “ช่างปั้นหม้อ” สโตค ซิตี 0-2 หล่นไปอยู่ที่ 3 ส่วน “ปีศาจแดง” แมนฯ ยูไนเต็ด ทำได้แค่เสมอ “ขุนค้อน” เวสต์แฮม 0-0 ร่วงไปอยู่ที่ 4 ด้านเกมมันเดย์ไนท์คืนนี้ (7 ธ.ค.) เอฟเวอร์ตัน วาง โรเมลู ลูคาคู และรอสส์ บาร์คลีย์ รอยิง คริสตัล พาเลซ
ศึกฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ เมื่อคืนวันเสาร์ที่ 5 ธ.ค.เป็นนัดที่ 15 ของฤดูกาล ปรากฏว่า จ่าฝูงมีการเปลี่ยนหน้าอีกครั้งเมื่อ “จิ้งจอก” เลสเตอร์ ซิตี บุกชนะ “หงส์ขาว” สวอนซี ซิตี 3-0 ถึงสนามลิเบอร์ตี จาก “แฮตทริก” ของ ริยาด มาห์เรซ นาที 5, 22 กับ 68 ส่งผลให้เลสเตอร์ มีเพิ่มเป็น 32 แต้ม ขึ้นมานำอันดับ 1 ได้เป็นครั้งที่ 2 หลังเคยขึ้นไปนำมาครั้งหนึ่งแล้วเมื่อวันเสาร์ที่ 21 พฤศจิกายน
ด้าน เคลาดิโอ รานิเอรี ผู้จัดการทีมเลสเตอร์ ซิตี ยังยันยันว่ายังไม่กล้าคิดถึงแชมป์ เป้าหมายของการเข้ามาทำงาน คือ 40 แต้ม ตามค่าเฉลี่ยของทีมที่จะไม่ตกชั้น นอกจากนั้นในเดือนธันวาคมนี้ ลูกทีมยังต้องพบศึกหนักทั้งเดือน โดยเฉพาะตั้งแต่นัดบ็อกซิงเดย์, คริสต์มาส และปีใหม่ 3 นัด ใน 8 วัน ได้แก่ เชลซี แชมป์เก่า, เอฟเวอร์ตัน, ลิเวอร์พูล และ แมนฯ ซิตี
ขณะที่ “ช่างปั้นหม้อ” สโตค ซิตี เอาชนะ “เรือใบสีฟ้า” แมนฯ ซิตี 2-0 ที่สนามบริทานเนีย ของตัวเอง จาก มาร์โก อาร์เนาโตวิช คนเดียวทั้ง 2 ประตู นาที 7 กับ 15 ส่งผลให้ซิตี ที่มี 29 แต้มเท่าเดิม ต้องหล่นจากตำแหน่งจ่าฝูง มาอยู่อันดับ 3
เพราะ “ปืนโต” อาร์เซนอล เอาชนะ ซันเดอร์แลนด์ 3-1 ที่สนามเอมิเรตส์ ของตัวเอง ส่งผลให้อาร์เซนอล มีเพิ่มเป็น 30 แต้ม ขึ้นมาเป็นรองจ่าฝูง
ขณะที่ “ปีศาจแดง” แมนฯ ยูไนเต็ด ทำได้เพียงแค่เสมอ “ขุนค้อน” เวสต์แฮม ยูไนเต็ด 0-0 ที่สนามโอลด์ แทรฟฟอร์ด ของตัวเอง ทำให้มีเพิ่มแค่ 29 แต้ม เท่ากับซิตี คู่ต่อสู้ร่วมเมือง ทว่าผลต่างประตูได้เสียเป็นรอง 4 ประตู จึงตกมาอยู่อันดับ 4 ส่วนเวสต์แฮม ของผู้จัดการทีม สลาเวน บิลิช ทำสถิติเก็บ 10 แต้ม จากการออกไปเยือน 5 ทีมใหญ่ โดยแพ้เพียงนัดเดียวให้กับ สเปอร์ส นอกนั้นชนะ อาร์เซนอล, ลิเวอร์พูล กับ แมนฯ ซิตี และเสมอแมนฯ ยูไนเต็ด
ส่วนผลคู่อื่น เวสต์บรอมวิช อัลเบียน เสมอ สเปอร์ส 1-1, เชลซี แพ้ บอร์นมัธ 0-1, วัตฟอร์ด ชนะ นอริช ซิตี 2-0, เซาแธมป์ตัน เสมอ วิลลา 1-1
ด้านเกมมันเดย์ไนท์ ในคืนวันนี้ (7 ธ.ค.) “ทอฟฟีสีน้ำเงิน” เอฟเวอร์ตัน ที่มี 21 แต้ม อยู่อันดับ 9 จะเปิดสนามกูดิสัน ปาร์ค ต้อนรับ “อินทรีปราสาทเรือนแก้ว” คริสตัล พาเลซ ที่มี 22 แต้ม อยู่อันดับ 7 เวลา 03.00 น.
นัดนี้เจ้าถิ่นยังคงไม่มีผู้เล่นที่เจ็บยาวอยู่ก่อนแล้ว 5 คน ได้แก่ สตีเวน พีนาร์ กองกลางตัวรุกริมเส้น, ฟิล จากีลคา เซนเตอร์แบ็กกัปตันทีม, ไบรอัน โอเบียโด วิงแบ็กซ้าย, โทนี ฮิบเบิร์ท แบ็กขวา, ไทเอียส บราวนิง กองหลังสารพัดประโยชน์ที่เล่นได้ทั้งเซนเตอร์แล็กและแบ็กขวา แต่ข่าวดีคือจะได้ เจมส์ แม็คคาร์ธี มิดฟิลด์ตัวกลาง หายเจ็บกลับมา และมี รอสส์ บาร์คลีย์ ยืนตรงกลางคอยสนับสนุน โรเมลู ลูคาคู กองหน้าตัวจบสกอร์
ฝั่ง คริสตัล พาเลซ ของผู้จัดการทีม อลัน พาร์ดิว จะไม่มี วิลฟรีด ซาฮา ปีกตัวเก่ง ที่ติดโทษห้ามแข่ง และ คเวซี อัปเปียห์ กองหน้า กับ บาการี ซาโก กองกลางตัวรุก ที่เจ็บ ที่เหลือลงได้ครบมี คอนเนอร์ วิกแฮม เป็นหัวหอกตัวเป้า





