ผู้ว่าฯชัยภูมิ สั่งตรวจสอบกระทิงป่าที่ถูกฆ่า หวั่นเป็นกระทิงพระราชทาน หลังเบื้องต้นจนท.เอาหัวกระทิงไปตรวจสอบพบมีการฝังชิบที่หู
ความคืบหน้าหลังทางเจ้าหน้าที่หน่วยป่าไม้ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูเขียว(ทุ่งกะมัง) อ.คอนสาร จ.ชัยภูมิ สนธิกำลังร่วมฝ่าย ตำรวจ และ พนักงานรักษาความปลอดภัยของเขื่อนจุฬาภรณ์ จับกุมดาบตำรวจมงคล บุญมาตุ่น อายุ 47 ปี ตำแหน่งผู้บังคับหมู่ งานจราจร สภ.คอนสาร (ผบ.หมู่.จร.สภ.คอนสาร) อยู่บ้านเลขที่109/9หมู่1ต.ภูเขียว อ.ภูเขียว จ.ชัยภูมิ เป็นคนขับมากับนายปรีชา ปราบพาล อายุ 32 ปี อยู่บ้านเลขที่83หมู่7ต.คอนสาร อ.คอนสาร จ.ชัยภูมิเมื่อวันที่ 2 ธันวาคม ที่ผ่านมา 2 คนได้เข้ามอบตัวกับตำรวจแล้วเมื่อเย็นวันที่ 3 ธ.ค.ที่ผ่านมา คือนายสุดใจ ดวงตาปา อายุ 55ปี อยู่บ้านเลขที่128 หมู7 ต.ห้วยยาง อ.คอนสาร จ.ชัยภูมิ และ นายสมพร วรานัด หรือชื่อเล่นที่คนในพื้นที่รู้จักกันดีว่ามืดซึ่งเป็นพรานป่านักลักลอบล่าสัตว์ป่าพื้นที่ตัวยงอายุ 36 ปี อยู่บ้านเลขที่123 หมู่8 ต.ห้วยยาง อ.คอนสาร จ.ชัยภูมิ
ล่าสุดเมื่อเวลา 11.00 น.วันที่ 4 ธ.ค.58 พล.ต.ต.พงศ์ฤทธิ์ บุญเลี้ยง ผู้บังคับการตำรวจภูธรจ.ชัยภูมิ (ผบก.ภ.จว.ชัยภูมิ) เปิดเผยว่า ในส่วนของผู้ต้องหาทั้ง 4 รายมีทั้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ คือ ด.ต.มงคล บุญมาตุ่น อายุ 47 ปี ตำแหน่งผู้บังคับหมู่ งานจราจร สภ.คอนสาร (ผบ.หมู่.จร.สภ.คอนสาร) ที่เข้าเกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดใช้รถในราชการตำรวจไปกระทำผิดเสียเองและได้มีคำสั่งให้ออกราชการไว้ก่อนด้วยแล้วนั้น ระหว่างตั้งกรรมการสอบสวนเอาผิดวินัยร้ายแรงและคดีจะสิ้นสุด ที่ไปร่วมกระทำการลักลอบล่าสัตว์ยิงกระทิงป่า ซึ่งเป็นสัตว์ป่าคุ้มครองประเภทหนึ่งร่วมกับชาวบ้านกลุ่มพรานป่าอีก 3 ราย ที่ถูกจับได้ทั้งหมดแล้วนั้น
ในขณะที่ พ.ต.อ.สุริยาจักร โนวรรณ ผกก.สภ.ห้วยยางหัวหน้าพนักงานสอบสวนคดีนี้ได้ มีการรายงานมาให้ทราบแล้วว่าได้มีการอนุญาตให้ผู้ต้องหาทั้งหมด 4 รายประกันตัวออกไปขอสู้คดีในชั้นศาลรวม ทั้งด.ต.รายนี้ และพวก ซึ่งก็เป็นเรื่องที่ผู้ต้องหาทั้งหมดจะมีสิทธิ์ขอยื่นประกันตัวออกไปได้ตามหลักทรัพย์บ้านที่ดินที่มีที่อยู่เป็นหลักแหล่งมายื่นขอประกันตัวออกไปได้ แต่หากมีการเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับการข่มขู่พยานเกี่ยวข้องในคดีหากสืบทราบก็จะต้องมีการงดขอประกันตัวและถูกควบคุมตัวด้วยทันที ซึ่งคาดว่าจะไม่กระทบต่อรูปคดีในครั้งนี้ได้ ตามที่ทางผกก.สภ.ห้วยยาง ยืนยันมาให้และทางจังหวัดได้แจ้งกำชับให้ดูแลเรื่องนี้เพิ่มเติมเป็นพิเศษไปอีกทางด้วยทั้งหมดเช่นกัน
ส่วนเรื่องคดีที่มีการกระทำผิดที่จะต้องลงลึกไปว่ามีการทำเป็นขบวนการลักลอบล่าสัตว์ป่าคุ้มครองประเภทหนึ่งก็มีกฎหมายเอาผิดมีโทษรุนแรงต่อไป ไม่ว่าใคร แม้จะเป็นตำรวจเองก็จะต้องรับโทษหนักรุนแรงเท่ากันหมดไม่มีละเว้นใครแน่นอน ซึ่งเรื่องนี้ในฐานะที่ตนเองเป็นผู้บังคับบัญชาตำรวจสูงสุดของจังหวัดจะไม่ปล่อยให้ใครมาทำผิดกฏหมายและลอยนวลไปได้อย่างแน่นอน
ด้านนายชูศักดิ์ ตรีสาร ผู้ว่าราชการจ.ชัยภูมิเปิดเผยว่า เบื้องต้นก็เพิ่งทราบเรื่องรับงานมาจากทางเจ้าหน้าที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูเขียว(ทุ่งกะมัง) อ.คอนสาร จ.ชัยภูมิ หลังมีการเผาทำลายชิ้นเนื้อกระทิงของกลางที่เริ่มเน่าเสียส่งกลิ่นเหม็นไปแล้ว และส่วนหัวกระทิง ที่ถูกลักลอบฆ่าตัดหัวมาตัวนี้ก็ได้มีการนำไปเก็บรักษาไว้เพื่อศึกษา และล่าสุดมีการไปตรวจพบมีชิปขนาดเล็กฝังอยู่ที่หู ซึ่งอาจจะไปเกี่ยวข้องกับฝูงกระทิงจำนวนรวม 3 ตัวที่เมื่อเกือบ 10 ปีก่อน ที่สมเด็จพระบรมราชินีนาถฯเคยพระราชทานให้สมเด็จพระเทพฯนำพระราชทานมาปล่อยอนุรักษ์เพาะพันธุ์ไว้ในป่าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูเขียว ฯ ซึ่งก็จะได้เร่งประสานงานไปยังเขตรักษาพันธุ์และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยเร่งตรวจสอบเพิ่มเติมยืนยันให้ชัดเจนเพิ่มเติมอีกทางว่า ใช่หรือไม่ซึ่งการพบชิปเบื้องต้นอาจจะเป็นไปได้ด้วยว่ากระทิงที่ถูกลอบยิงครั้งนี้เคยเป็นกระทิงพระราชทาน //////





