วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

รวบแล้ว!โจรจี้ร้านสะดวกซื้อ สารภาพติดหนี้พนันบอล

รวบแล้ว! โจรจี้ร้านสะดวกซื้อกลางวันแสกๆ สารภาพติดหนี้พนันบอล ถูกเจ้ามือรับแทงทวงหนี้เช้าเย็น

เมื่อเวลา 13.00 น.วันที่ 20 พ.ย. พ.ต.อ.ธราเทพ ตูพานิช ผกก.สภ.เมืองฉะเชิงเทรา พ.ต.ท.ธนายุทธ สีดา รอง ผกก.สส. พ.ต.ท.ศิริพงศ์ เศรษฐ์สิริโชค สว.สส.สภ.เมือง พร้อมกำลังฝ่ายสืบสวน ได้ร่วมกันแถลงผลจับกุมนายธเนตร หรือบู่ พวงทอง อายุ 39 ปี อยู่บ้านเลขที่ 5/14/3 ม.6 ต.โสธร อ.เมืองฉะเชิงเทรา ผู้ต้องหาใช้คัดเตอร์บุกจี้ชิงทรัพย์ร้านค้าสะดวกซื้อ ร้านมิ้ว มินิมาร์ท ตั้งอยู่เลขที่ 228/10/9 ถ.คลองขุดใหม่ ม.1 ต.ท่าไข่ อ.เมืองฉะเชิงเทรา เหตุเกิดเมื่อเวลา 11.00 น.วันที่้ 19 พ.ย.ที่ผ่านมา 

พ.ต.อ.ธราเทพ กล่าวว่า หลังรับแจ้งเหตุได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนออกติดตามเบาะแสของคนร้ายที่ได้จากภาพกล้องวงจรปิดในบริเวณจุดเกิดเหตุ ทั้งภายในร้าน และบ้านข้างเคียงที่มองเห็นรูปพรรณใบหน้า และลักษณะของคนร้ายได้อย่างชัดเจน จนสามารถนำไปสู่การติดตามจับกุมตัวคนร้ายได้ในที่สุด เมื่อเวลา 15.00 น.วานนี้(19 พ.ย.) ก่อนที่คนร้ายจะยอมรับสารภาพว่าเป็นคนลงมือก่อเหตุ

จากนั้นเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนได้นำตัวไปตรวจค้นที่บ้านพักของนายธเนตร สามารถยึดของกลางประกอบด้วย หมวกกันน็อคสีดำ 1 ใบ รถจักยานยนต์ ยี่ห้อฮอนด้า เวฟ สีน้ำเงิน ทะเบียน กธธ 788 ฉะเชิงเทรา และคัดเตอร์อีก 1 เล่ม ที่คนร้ายใช้ก่อเหตุ

จากการตรวจสอบประวัติผู้ต้องหาพบว่า ได้เคยก่อเหตุมาแล้ว 3 ครั้ง คือ เมื่อวันที่ 15 มี.ค.58 ก่อเหตุภายในร้านขายของชำข้างค่ายทหาร กองพลทหารราบที่ 11 ค่ายสมเด็จพระนั่งเกล้า เส้นทางฉะเชิงเทรา-พนัสนิคม โดยครั้งนั้นได้เงินไปกว่า 5 พันบาท และได้ไปก่อเหตุซ้ำอีกครั้งที่ร้านเดิม เมื่อวันเสาร์ที่ 14 พ.ย.58 ได้เงินไปอีก 1,300 บาท จนเกิดย่ามใจลงมือก่อเหตุต่อเนื่องที่ร้านค้าสะดวกซื้อแห่งนี้อีกครั้ง

ด้านนายธเนตร ให้การรับสารภาพว่า มีอาชีพเป็นพ่อครัวอยู่ที่ร้านอาหารแห่งหนึ่ง ย่านแยกถนนหน้าเมืองตัดกับถนนมรุพงษ์ ริมแม่น้ำบางปะกง แต่ได้ติดหนี้การพนันทายผลฟุตบอลต่างประเทศ จนถูกเจ้าหนี้บุกมาทวงเงินทั้งเช้าทั้งเย็น เหมือนถูกเฝ้าคอยตามทวงอยู่ตลอดเวลา จึงได้ตัดสินใจลงมือก่อเหตุ เพื่อจะหาเงินมาใช้หนี้การพนัน โดยได้ลงมือก่อเหตุมาแล้ว 3 ครั้ง และหลังก่อเหตุได้นำเงินไปใช้หนี้แล้ว 3,500 บาท ก่อนจะมาถูกจับกุมตัวได้

“ช่วงแรกที่ผมเล่นพนันบอล ก็เล่นไม่มาก แค่คู่ละ 200-300 บาท แต่พอเล่นเสีย ก็เพิ่มวงเงินในการเล่นมากขึ้นๆ จนถึงคู่ละหลักพันบาท เพราะอยากได้เงินที่เสียไปคืนมา จึงต้องเล่นมากขึ้นเรื่อยๆ แต่เมื่อยิ่งเล่นก็ยิ่งเสียหนักมากยิ่งขึ้นไปอีก แทงเสียไปกว่าหนึ่งหมื่นบาท จนไม่มีเงินไปจ่ายให้เขา และเขามาติดตามทวงหนี้่ทุกวันทั้งเช้าเย็น ผมไม่รู้ว่าจะไปหาที่ไหนมาให้ จนต้องหาทางออกด้วยการไปจี้เอาเงินเขามาแบบนี้” นายธเนตร กล่าว

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า เหตุใดจึงไม่กลัวว่าจะถูกบันทุกภาพจากกล้องวงจรปิดที่มีอยู่ในร้านและบริเวณโดยรอบร้านค้า รวมถึงบ้านข้างเคียง นายธเนตร กล่าวว่า ตนมองไม่เห็นกล้องวงจรปิด จึงไม่รู้ว่ามีกล้องวงจรปิดติดอยู่ แต่ก็ไม่ได้คิดว่าจะทำร้ายเจ้าทรัพย์จริงๆ เพียงแค่ขู่จะเอาเงินเขาไปใช้หนี้เท่านั้น