วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

จับพริตตี้สาวหลอกขายบัตรท่องเที่ยวสิงคโปร์

"กองปราบ" จับพริตตี้สาว หลอกขายบัตรท่องเที่ยวสิงคโปร์ ก่อนเชิดเงินหนีกบดานระยอง เจ้าตัวปฎิเสธข้อกล่าวหาฉ้อโกง

กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) เมื่อเวลา 12.30 น. วันที่ 20 พฤศจิกายน ผู้สื่อข่าวรายงาน พล.ต.ต.อัคราเดช พิมลศรี ผบก.ป. มอบหมายสั่งการให้ พ.ต.อ.จิรภพ ภูริเดช ผกก.1บก.ป.พ.ต.ต.ภาณุมาศ แสงส่ง สว.กก.1บก.ป. ร.ต.อ.กษิดิ์เดช เจริญลาภ รอง สว.กก.1บก.ป. พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.1บก.ป. ร่วมกันทำการจับกุม น.ส.เพ็ญพักตร์ โตศิริ อายุ 32 ปี ชาวอ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดตลิ่งชัน เลขที่ จ.716 / 2558 ลงวันที่ 6 พฤศจิกายน 2558 ในฐานความผิด “ฉ้อโกง” โดยสามารถจับกุมตัวได้ที่บริเวณศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซ่า ระยอง ต.เชิงเนิน อ.เมืองระยอง จ.ระยอง

ร.ต.อ.กษิดิ์เดช กล่าวว่า สืบเนื่องจากเมื่อช่วงเดือนสิงหาคม ที่ผ่านมา ได้มีผู้เสียหายรายหนึ่งเข้าแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ กก.1บก.ป. ให้ช่วยติดตามจับกุมตัว น.ส.เพ็ญพักตร์ ผู้ต้องหารายนี้ มาดำเนินคดี หลังมีพฤติการณ์เข้าข่ายหลอกลวงประชาชน ด้วยการทำทีลงประกาศโฆษณาขายบัตรเข้าชมสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆในประเทศสิงคโปร์ผ่านทางเว็บไซต์ในราคาถูก ซึ่งผู้ต้องหารายนี้อ้างว่าเดิมทีมีกำหนดจะเดินทางไปเที่ยวฉลองเรียนจบปริญญาโทกับกลุ่มเพื่อนๆ แต่ติดปัญหาผลสอบไม่ผ่าน ต้องทำรายงานส่งอาจารย์เพิ่มเติมเร่งด่วน จึงไม่สามารถเดินทางไปเที่ยวกับเพื่อนๆได้ ต้องการขายบัตรดังกล่าว

ทั้งนี้เมื่อผู้เสียหายหลงเชื่อตกลงซื้อบัตร พร้อมกับโอนเงินค่าบัตรเข้าบัญชีธนาคารให้กับผู้ต้องหา แต่กลับไม่ได้รับบัตรท่องเที่ยวตามที่ตกลงกันไว้ เมื่อติดต่อกลับไปยังผู้ต้องหาก็ถูกบ่ายเบี่ยง โดยอ้างว่าติดธุระกำลังจะจัดส่งไปให้ ก่อนจะขาดหายการติดต่อไปในที่สุด ผู้เสียหายจึงได้รู้ตัวว่าถูกหลอก 

ร.ต.อ.กษิดิ์เดช กล่าวอีกว่า หลังจากได้รับทราบเรื่องแล้ว เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมได้ทำการสืบสวนจนทราบว่า น.ส.เพ็ญพักตร์ จะเดินทางมา มายังศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซ่า ระยอง จึงกระจายกำลังสุ่มดักสะกัดตามจุดนัดหมายกระทั่งเมื่อพบผู้ต้องหาจึงแสดงตัวเข้าจับกุมได้ดังกล่าว

จากการสอบสวนน.ส.เพ็ญพักตร์ ให้การว่าตนเองมีอาชีพเป็นพนักงานต้อนรับร้านอาหารและพริตตี้โชว์ตัวตามงานอีเว้นท์ต่างๆ พร้อมกับปฏิเสธด้วยว่าไม่ได้กระทำความผิดตามที่ถูกกล่าวหา แต่ยอมรับว่าก่อนหน้านี้ได้มีนายต่อ น้องชายเข้ามาขอยืมใช้หมายเลขบัญชีธนาคารของตนเอง โดยอ้างว่าจะมีคนโอนเงินเข้ามาใช้หนี้ แต่ไม่ต้องการให้แฟนรู้ ตนจึงให้ยืมไป ซึ่งที่ผ่านมาได้มีคนโอนเงินเข้ามายังบัญชีของตนเองหลายครั้ง และได้ทำการโอนเงินในส่วนดังกล่าวไปให้กับนายต่อทั้งหมดอีกที ซึ่งไม่ทราบมาก่อนว่าเป็นเงินเกี่ยวกับอะไร 

เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ยังไม่ปักใจเชื่อ เนื่องจากที่ผ่านมาผู้ต้องหารายนี้เคยมีประวัติถูกจับดำเนินคดีในข้อหาร่วมกันฉ้อโกง เมื่อปี2557ในท้องที่ สน.ลาดพร้าว หลังทำการหลอกลวงผู้เสียหายในพื้นที่ กทม.ให้ร่วมลงทุนเปิดร้านขายกาแฟสดใน จ.ระยอง จากนั้นแจ้งข้อกล่าวหาพร้อมนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สน.บางพลัด ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป