ผัวหึงโหดยิงเมียดับต่อหน้าลูกสาววัย 7 ขวบ หลังตามง้อไม่สำเร็จ เข้ามอบตัวแล้ว
สภ.พรหมพิราม อ.พรหมพิราม จ.พิษณุโลก นายจรัญ พิรณฤทธิ์ อายุ 59 ปี อยู่บ้านเลขที่ 2/1 หมู่ 3 ต.วังวน อ.พรหมพิราม ได้เดินทางเข้ามอบตัวกับ พ.ต.อ.สมนึก มากมี ผกก.สภ.พรหมพิราม หลังจากใช้อาวุธปืนลูกซองยาวยิงใส่ น.ส.บังอร(สงวนนามสกุล) อายุ 39 ปี ภรรยา เสียชีวิตคาที่ พร้อมของกลางอาวุธปืนลูกซองยาว 1 กระบอก เครื่องกระสุนปืนลูกซองขนาดเบอร์ 12 จำนวน 3 นัด รถกระบะ ยี่ห้ออีซูซุ รุ่นดีแม็กซ์ สีดำ ทะเบียน บย 9100 พิษณุโลก จำนวน 1 คัน ที่ใช้เป็นยานพาหนะในการก่อเหตุ
ทั้งนี้ สืบเนื่องจาก เมื่อเวลา 19.30 น. ของวันที่ 18 พ.ย. ที่ผ่านมา ร.ต.ท.สมศักดิ์ ปัตวัติ ร้อยเวร สภ.พรหมพิราม จ.พิษณุโลก รับแจ้งเหตุยิงกันเสียชีวิต ที่หน้าบ้านเลขที่ 15/1 หมู่ 7 บ้านวังน้ำบ่อ ต.วังวน อ.พรหมพิราม จ.พิษณุโลก หลังรับแจ้ง จึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชารับทราบ พร้อมรุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ พร้อมด้วย พล.ต.ต.อดิศักดิ์ น้อยประเสริฐ ผบก.ภ.จว.พิษณุโลก พ.ต.อ.สมนึก มากมี ผกก.สภ.พรหมพิราม ตำรวจชุดสืบสวน แพทย์เวรโรงพยาบาลพรหมพิราม และเจ้าหน้าที่สมาคมกู้ภัยข่าวภาพ
ที่เกิดเหตุ เป็นบ้านปูนชั้นเดียว หน้าบ้านเปิดเป็นร้านขายยำ และร้านขายของทั่วไป พบศพผู้เสียชีวิต ทราบชื่อคือ น.ส.บังอร อายุ 39 ปี เจ้าของบ้าน สภาพศพสวมเสื้อคอกระเช้าลายดอกไม้สีน้ำเงิน นุ่งกางเกงขาสั้นสีดำ นอนหงายจมกองเลือดอยู่ใต้โต๊ะ ที่หัวไหล่ซ้ายถูกคมกระสุนอาวุธปืนลูกซองไม่ทราบขนาด ยิงเข้าเป็นรูพรุนหลายแห่ง เลือดไหลนองแดงฉานทั่วพื้น เป็นภาพสยดสยอง คาดว่า เสียชีวิตมาแล้วไม่ต่ำกว่า 1 ชม.
นอกจากนี้ นายบุญรอด จันเกษม อายุ 62 ปี บิดาของผู้เสียชีวิต ยังถูกลูกหลงจากคมกระสุนเข้าที่ปลายคางได้รับบาดเจ็บไปด้วย เจ้าหน้าที่กู้ภัย จึงเร่งให้การช่วยเหลือนำตัวส่งโรงพยาบาลพรหมพิราม ส่วนศพของผู้เสียชีวิต ได้นำร่างส่งแผนกนิติเวชโรงพยาบาลพุทธชินราช เพื่อผ่าชันสูตรพลิกศพอย่างละเอียดอีกครั้งหนึ่ง
จากการสอบสวน ทราบว่า นายจรัญ ผู้ต้องหา เป็นสามีใหม่ของผู้เสียชีวิต ที่เพิ่งแต่งงานอยู่กินกันได้เพียงแค่ 2 เดือนเศษเท่านั้น แต่ด้วยนายจรัญ มีนิสัยเจ้าชู้ มักชอบเที่ยวเตร่ยามกลางคืนอยู่เป็นประจำ ทำให้ภรรยาสาวเอือมระอา มักมีปากเสียงกันอยู่บ่อยครั้ง จนเมื่อ 5 วันที่ผ่านมา น.ส.บังอร ได้ตัดสินใจขอแยกทางกับนายจรัญอย่างเด็ดขาด ขอกลับมาพักอาศัยอยู่กับบิดาที่บ้านหลังเกิดเหตุ แต่นายจรัญพยายามกลับมาของ้อคืนดี แต่ น.ส.บังอร ไม่ยินยอมกลับไปใช้ชีวิตอยู่ร่วมด้วย จึงเป็นเหตุทำให้โกรธแค้นเคืองเป็นอย่างมาก
ก่อนเกิดเหตุ นายจรัญ ผู้ต้องหา ได้โทรศัพท์มาหาขอเคลียร์ปัญหาหัวใจ กลับถูก น.ส.บังอร ต่อว่าต่างๆ นานา อีกทั้งยังพูดจาท้าทาย ทำให้ถึงกับเลือดขึ้นหน้า ขับรถยนต์กระบะมาจอดที่หน้าบ้าน ชนิดไม่พูดพร่ำทำเพลงลดกระจกรถยนต์ ก่อนคว้าอาวุธปืนลูกซองออกมาวางพาดยิงใส่ น.ส.บังอร จำนวน 1 นัด ต่อหน้าลูกสาววัย 7 ขวบ ซึ่งเป็นลูกติดกับสามีเก่า จนร่างกระเด็นล้มฟุบลงไปนอนกองที่พื้นเสียชีวิตคาที่ ส่วนนายบุญรอด จันเกษม บิดาของ น.ส.บังอร ซึ่งมีศักดิ์เป็นพ่อตาที่เห็นเหตุการณ์พอดี ได้กระโดดขวางช่วยลูกสาวเอาไว้ ทำให้ถูกคมกระสุนได้รับบาดเจ็บไปอีกคน
ภายหลังก่อเหตุ นายจรัญได้ขับรถยนต์หลบหนีหายไปกับความมืดไม่ทราบทิศทาง เจ้าหน้าที่ตำรวจได้วิทยุสกัดจับตามเส้นทางถนนสายต่างๆ พร้อมทั้งระดมกำลังเจ้าหน้าที่ปิดล้อมในพื้นที่ที่คาดว่ามือปืนจะหลบหนีไป หรือซุกซ้อนตัวอยู่ แต่ก็ยังไม่พบตัวแต่อย่างใด ตลอดทั้งคืนทางตำรวจได้ออกติดตามอย่างไม่ลดละ สุดท้ายนายจรัญทนแรงกดดันไม่ไหว จึงติดต่อผ่านญาติให้มารับตัวขณะแอบซ่อนตัวอยู่กลางทุ่งนา พื้นที่ หมู่ 3 ต.วังวน อ.พรหมพิราม เพื่อขอมอบกับ พ.ต.อ.สมนึก มากมี ผกก.สภ.พรหมพิราม ดังกล่าว
ต่อมา พ.ต.ท.หญิง สุนันทา สมอุโมงค์ นวท. (สบ 2) กลุ่มงานตรวจสถานที่เกิดเหตุ ศูนย์พิสูจน์หลักฐาน 6 ภ.จว.พิษณุโลก พร้อมตำรวจพิสูจน์หลักฐาน ได้ร่วมกันตรวจคราบเขม่าดินปืนที่ติดตามร่างกายของนายจรัญ ผู้ต้องหา และตรวจคราบเขม่าดินปืนภายในรถยนต์กระบะ พร้อมเก็บลายนิ้วมือแฝงบนอาวุธปืนลูกซองยาวที่ใช้ก่อเหตุด้วย เพื่อใช้เป็นหลักฐานประกอบสำนวนคดี ก่อนจะนำตัวไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพในที่เกิดเหตุอีกครั้ง แล้วจึงนำตัวส่ง ร.ต.ท.สมศักดิ์ ปัตวัติ ร้อยเวร สภ.พรหมพิราม แจ้งข้อหาฐานความผิดฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาฯ พกพาอาวุธปืนติดตัวไปในเมือง หรือหมู่บ้านทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาตฯ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป.





