หลังจากที่ฝรั่งเศสต้องเผชิญหน้า กับเหตุก่อการร้ายภายในกรุงปารีส
เมื่อวันที่ 13 พฤศจิกายน ทำให้มีผู้เสียชีวิตไม่น้อยกว่า 129 ราย และมีผู้ได้รับบาดเจ็บไม่ต่ำกว่า 352 คน ขณะที่สต๊าด เดอ ฟรองซ์ ซึ่งเป็นสังเวียนแข้งในเกมนัดเหย้าของทัพลูกหนัง “ตราไก่” ก็เป็นอีกหนึ่งเป้าหมายของการโจมตีด้วย เพราะมีเหตุระเบิดเกิดขึ้นที่หน้าสนามในช่วงระหว่างเกมอุ่นแข้งนัดที่ ฝรั่งเศสเอาชนะ “อินทรีเหล็ก” เยอรมนี 2-0จึงทำให้หลายฝ่ายวิตกเรื่องระบบรักษาความปลอดภัยของฝรั่งเศส ในการเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันศึกฟุตบอล ยูโร 2016 รอบสุดท้ายในช่วงกลางปีหน้า และเริ่มมีการตั้งคำถามว่าควรจะเปลี่ยนเจ้าภาพเพื่อย้ายไปแข่งขันกันที่ประเทศอื่นๆ หรือไม่
ล่าสุดสหพันธ์ฟุตบอลยุโรป หรือยูฟ่า ออกแถลงการณ์ยืนยันว่าศึกยูโร 2016 จะยังคงจัดแข่งกันที่ฝรั่งเศสในช่วงกลางปีหน้าเหมือนเดิม แม้จะเพิ่งเกิดเหตุสะเทือนขวัญในเมืองหลวงของดินแดนน้ำหอม แต่ที่ประชุมของยูฟ่ายังคงมั่นใจ ในเรื่องมาตรการรักษาความปลอดภัยของชาติเจ้าภาพ ที่ได้เตรียมแผนจัดการแข่งขันมานานถึง 3 ปีแล้ว จึงมีมติไม่เปลี่ยนสถานที่จัดศึกลูกหนังรายการนี้อย่างแน่นอน สำหรับเกมฟาดแข้งรอบสุดท้ายจะแข่งกันระหว่างวันที่ 10 มิถุนายน-10 กรกฎาคมปีหน้า และจะมีพิธีจับสลากแบ่งสายรอบ 24 ทีมสุดท้ายที่กรุงปารีสในวันที่ 12 ธันวาคมนี้
“หลังจากเกิดเหตุสะเทือนขวัญในกรุงปารีส ยูฟ่า และคณะกรรมการจัดการแข่งขันยูโร 2016 ได้ทำการประชุมร่วมกัน และได้ข้อสรุปว่า เรายังคงมั่นใจในทุกมาตรการของฝ่ายจัดการแข่งขันและทำให้เราแน่ใจได้ว่าจะสามารถรับมือกับสถานการณ์ต่างๆ ที่จะเกิดขึ้นได้อย่างแน่นอน โดยศึกยูโร 2016 จะยังคงมีการจับสลากแบ่งสายรอบสุดท้ายที่กรุงปารีสในวันที่ 12 ธันวาคมนี้ และจะยังคงมีการแข่งขันในช่วงกลางปีหน้าตามกำหนดการเดิม”
ด้านศึกยูโร 2016 รอบเพลย์ออฟ เมื่อคืนวันที่ 16 พฤศจิกายน “ยักษ์เขียว” ไอร์แลนด์ คว้าตั๋วไปโชว์ฝีเท้าในเกมรอบสุดท้ายได้สำเร็จ หลังเปิดบ้านเอาชนะบอสเนีย ในอวีวา สเตเดี้ยม 2-0 โดยได้ทั้ง 2 ประตูจาก โจนาธาน วอลเตอร์ส กองหน้าวัย 32 ปีของสโตค ซิตีคนเดียว จากจุดโทษนาที 24 และ 70 รวมผล 2 นัด ไอร์แลนด์ เป็นฝ่ายชนะด้วยสกอร์ 3-1 ทำให้ “ยักษ์เขียว” ผ่านเข้าไปเล่นรอบสุดท้ายเป็นครั้งที่ 3 ต่อจากปี 1988 และ 2012





