เมื่อวันที่ 16 พฤศจิกายน ที่ห้องประชุมชั้น 5 อาคารเฉลิมพระเกียรติ
การกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) ได้มีการประชุมคณะกรรมการกลางการเลือกตั้งนายกสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย โดยมี “เสธ.โต” พล.ร.อ.สุรวุฒิ มหารมณ์ ประธานคณะกรรมการกลาง การเลือกตั้งนายกสมาคมฟุตบอล เป็นประธานการประชุม
หลังการประชุม พล.ร.อ.สุรวุฒิ เปิดเผยว่า การประชุมวันนี้ก็ยังไม่ได้ข้อสรุปเรื่องระเบียบการเลือกตั้ง และเรื่องของผู้ที่มีสิทธิ์ออกเสียงในการเลือกตั้ง เนื่องจากว่ามีรายละเอียดหลายอย่าง ที่จะต้องพิจารณากันอย่างรอบครอบและเป็นธรรมแก่ทุกฝ่าย ส่วนกรณีที่สอบถาม ฟีฟ่า เกี่ยวกับผู้มีสิทธิ์ออกเสียง ทั้ง 72 เสียง ประกอบไปด้วย ไทยพรีเมียร์ลีก 18 ทีม, ดิวิชั่น 1 จำนวน 18 ทีม, ลีกภูมิภาค 30 ทีม, ถ้วยพระราชทาน ข 2 ทีม, ถ้วยพระราชทาน ค 2 ทีม และถ้วยพระราชทาน ง 2 ทีม ซึ่ง ฟีฟ่า ได้ตอบกลับมาแล้ว โดยให้ คณะกรรมการเป็นผู้ตัดสินใจที่เห็นว่าถูกต้องและต้องมีความโปร่งใส และยุติธรรม
“กรณี 30 เสียงจากลีกภูมิภาคที่มีการร้องเรียนนั้น ตอนนี้คณะกรรมการกลางฯกำลังศึกษาอยู่ว่าที่ผ่านมาพิจารณากันอย่างไร ล่าสุดได้รับข้อมูลจาก สมาคมฟุตบอลฯ และเหลือข้อมูลจาก การกีฬาแห่งประเทศไทย เท่านั้น เมื่อได้ข้อมูครบก็จะนำมาพิจารณา ถึงจะสรุปว่าที่มาของ 30 เสียงจากลีกภูมิภาคจะคัดเลือกอย่างไร ก่อนที่จะเสนอให้ ฟีฟ่า พิจารณาและตรวจสอบอีกครั้ง แต่ยืนยันการที่ กกท.รับรองข้อบังคับ ไม่ได้หมายหมายว่าจะรวมไปถึง 30 เสียงจากลีกภูมิภาค เพราะเป็นคนละส่วนกัน”
นอกจากนี้ “เสธ.โต” ยังเผยอีกว่า คณะกรรมการกลางฯ ได้รับแจ้งจาก นายสกล วรรณพงษ์ ผู้ว่าการกากีฬาแห่งประเทศไทย ว่าได้รับรองข้อบังคับใหม่ของสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยแล้ว เท่ากับว่า ข้อบังคับใหม่ไม่ขัดต่อกฎระเบียบของฟีฟ่า ดังนั้นกำหนดวันเลือกตั้งนายกสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย และการประชุมใหญ่ คาดว่าประมาณช่วงต้นเดือนธันวาคม นี้
“สำหรับกรณีที่มีกระแสข่าวว่า นายพินิจ สะสินิน เลขาธิการคณะกรรมการกลางฯ และอดีตเลขาธิการสมาคมฟุตบอล จะลงสมัครเลือกตั้งนายกสมาคมฟุตบอลนั้น ก็คงไม่มีปัญหา แต่ก็ต้องไม่ผิดระเบียบของฟีฟ่าด้วย"





