“ซิโก้” เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง ลั่น “ช้างศึก” ทีมชาติไทย ฉะ ไต้หวัน
คัดบอลโลก วันที่ 12 พ.ย.นี้ ต้อง 3 แต้มเท่านั้น เผยเตรียมสั่งลูกทีมลุยแหลก ตุนประตูเผื่อต้องนับลูกได้เสียกรณีเข้าเป็นที่ 2 ของกลุ่ม พร้อมยืนเปิดโผ 23 ขุนพล 2 พ.ย.นี้ ใช้ทีมชุดสยบเวียดนามลุยครบ หลังมีข่าวดี “เจ้าตี๋” สินทวีชัย ทหัยรัตนกุล ฟิตทันช่วยทีมแน่
ความเคลื่อนไหวของการเตรียมทีม “ช้างศึก” ทีมชาติไทย ที่มีคิวลงเตะศึกฟุตบอลโลก 2018 รอบคัดเลือก โซนเอเชีย กลุ่ม เอฟ ที่จะลงเตะนัดที่ 5 เปิดถิ่นราชมังคลากีฬาสถาน พบไต้หวัน ในวันที่ 12 พ.ย.นี้ โดย “ซิโก้” เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง กุนซือใหญ่ เผยว่า การประกาศรายชื่อนักเตะทั้ง 23 คน ที่จะมีขึ้นในวันที่ 2 พ.ย.นี้ หากไม่มีการบาดเจ็บเกิดขึ้น ผู้เล่นทั้งหมดน่าจะเป็นชุดเดียวจากนัดก่อน ที่บุกไปเอาชนะเวียดนาม 3-0 เมื่อกลางเดือน ต.ค. เพราะถือว่าเป็นทีมที่ลงตัวที่สุด นักเตะเข้าใจในเกมและระบบการเล่นมากที่สุดแล้ว
"ข่าวดีล่าสุดคือ สินทวีชัย หทัยรัตนกุล ผู้รักษาประตูของชลบุรี ที่บาดเจ็บจากเกมไทยพรีเมียร์ลีกเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา อาการไม่น่าเป็นห่วง น่าจะกลับมามีชื่ออยู่ในทีมชุดนี้แน่นอน ส่วนการเดินทางไปเก็บตัวที่กิเลน วัลเลย์ จ.นครราชสีมา ระหว่างวันที่ 6-11 พ.ย.นี้ หรือ 7 วันก่อนเกมตามที่ฟีฟ่ากำหนดนั้น ก็คงจะเน้นเรื่องแทกติกการเล่นเป็นหลัก เพราะเรื่องพละกำลังนั้นไม่น่าเป็นห่วง เนื่องจากทุกคนก็ฟิตซ้อมอยู่กับทางต้นสังกัดอยู่แล้ว จะให้ระวังก็เรื่องของการบาดเจ็บเท่านั้น
ซิโก้ กล่าวอีกว่า สำหรับเกมกับไต้หวัน ถือเป็นอีกนัดหนึ่งที่ทีมชาติไทยจะประมาทไม่ได้ แม้ว่าผลงานที่ผ่านมาของไต้หวันจะแพ้มา 3 รวดก็ตาม โดยส่วนตัวแล้วไม่อยากกดดันนักเตะ แต่อย่างไรเสียเกมนี้ทีมไทยก็ต้องเก็บ 3 คะแนนให้ได้ ทำให้ยืนยันตรงนี้เลยว่า เราจะเปิดเกมบุกเข้าใส่แน่ นอกจากนี้จากสถานการณ์ที่เกมนัดสุดท้ายเราจะต้องไปเยือนอิรัก ในวันที่ 24 มี.ค.ปีหน้า ที่บางทีเรื่องของผลต่างประตูได้เสียอาจมีผลต่อการเข้ารอบ ทำให้ทีมไทยอาจต้องเร่งเครื่องมากเป็นพิเศษสำหรับเกมนัดนี้อีกด้วย
สำหรับสถานการณ์ล่าสุดของทีมไทย มี 10 แต้ม จากการลงสนาม 4 นัด โดยทีมช้างศึกต้องการอีกเพียง 4 แต้ม จากการเล่น 2 นัดที่เหลือก็จะได้ผ่านเข้าไปเล่นในรอบ 12 ทีมสุดท้ายในฐานะแชมป์กลุ่มอย่างแน่นอน โดยในการเตะรอบคัดเลือกรอบนี้ จะคัดเอาแชมป์ทั้ง 8 กลุ่ม และทีมอันดับ 2 ที่มีสถิติดีที่สุดอีก 4 ทีม ผ่านเข้าไปเล่นในรอบต่อไป ซึ่งจะแบ่งเป็น 2 สายๆ ละ 6 ทีม เตะแบบเหย้า-เยือน นำ 2 ทีมที่มีคะแนนดีที่สุดของแต่ละสาย เข้าไปเล่นฟุตบอลโลก 2018 รอบสุดท้าย ที่รัสเซีย ขณะที่ทีมอันดับ 3 จะต้องเล่นเพลย์ออฟ เพื่อหาตัวแทนไปเตะเพลย์ออฟกับทีมจากโซนคอนคาเคฟ ชิงโควตาที่เหลือต่อไป





