วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

รวบหนุ่มชลบุรี บินขนยาไอซ์มาเชียงใหม่กว่า6กก.

รวบหนุ่มชลบุรี บินขนยาไอซ์มาเชียงใหม่กว่า 6 กก. สารภาพรับค่าจ้าง 1 แสนบาท อีกคดีจับหนุ่มเมืองกรุง ก่อเหตุชิงทรัพย์ 8 คดี

ที่กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รอง ผบ.ตร. ได้เดินทางมาตรวจเยี่ยมการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจในสังกัดภูธรภาค 5 และเป็นประธานการแถลงข่าวการจับกุมนายวิชัยยุทธ อภัย อายุ 35 ปี อยู่บ้านเลขที่ 49 ม.6 ต.หนองแม่แดง อ.เมือง จ.ชลบุรี ผู้ต้องหาคดีค้ายาเสพติด พร้อมของกลางยาไอซ์ 6 กก. และนายทศพร รัตนะ อายุ 42 ปี อยู่บ้านเลขที่ 85/28 ซ.เทียนทะเล ถ.บางขุนเทียน-ชายทะเล แขวงแสมดำ เขตบางขุนเทียน กรุงเทพฯ ในข้อหาชิงทรัพย์กว่า 8 คดี ทั้งในพื้นที่กรุงเทพฯ นนทบุรี เชียงใหม่และลำพูน โดยมีนายปวิณ ชำนิประศาสน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ พล.ต.ท.ธนิตศักดิ์ ธีระสวัสดิ์ ผบช.ภ.5,และพล.ต.ต.มนตรี สัมบุณณานนท์ ผบก.ภ.จว.เชียงใหม่ ร่วมแถลงข่าว

พล.ต.ท.ธนิตศักดิ์ ธีระสวัสดิ์ ผบช.ภ.5 เปิดเผยว่า ในคดีแรกเป็นการจับกุมหนึ่งในเครือข่ายค้ายาเสพติดประเภทยาไอซ์รายใหญ่ ได้ของกลางยาไอซ์กว่า 6 กิโลกรัม มูลค่ากว่า 18 ล้านบาท สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 28 ตุลาคมที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่ ได้รับแจ้งจากสายลับว่า จะมีการลักลอบขนยาเสพติดจากพื้นที่ชายแดนบริเวณ อ.เชียงดาว เข้าสู่ตัวเมืองเชียงใหม่ จึงได้เพิ่มกำลังเจ้าหน้าที่ร่วมตั้งจุดตรวจสกัด ที่ด่านแก่งปันเต๊า ถนนโชตนาเส้นทางเชียงใหม่-ฝาง ต.แม่นะ อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่

กระทั่งเวลาประมาณ 07.00 น.ได้มีรถเก๋ง ยี่ห้อนิสสัน รุ่นเทียน่า สีขาว หมายเลขทะเบียน 4กฒ 213 กรุงเทพฯ โดยมีนายวิชัยยุทธ อภัย ขับมาเพียงลำพัง

จากการตรวจค้นร่างกายและภายในรถยนต์ไม่พบสิ่งผิดกฎหมาย แต่เมื่อค้นมาถึงบริเวณหน้ากระโปรงท้ายรถ เจ้าหน้าที่ได้พบสิ่งของซึ่งมีลักษณะเป็นก้อนอยู่ภายในถุงดำซุกซ่อนอยู่ในยางอะไหล่หลังรถ โดยมีแผ่นไม้อัดปิดทับและขันน๊อตสกรูไว้ และเอากระเป๋าเป้สีดำและกระเช้าเครื่องดื่มรังนกสำเร็จรูปวางทับไว้อีกชั้น โดยเมื่อเปิดถุงดำออกก็พบว่าภายในบรรจุยาไอซ์จำนวน 6 ถุงๆละ 1 กิโลกรัม รวม 6 กิโลกรัม ซุกซ่อนอยู่

ขณะที่นายวิชัยยุทธ ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่า กระทำการลักลอบขนยาเสพติดในลักษณะเช่นนี้เป็นครั้งที่สองแล้ว โดยมีหญิงสาวอายุประมาณ 30 ปี ไม่ทราบชื่อ ได้ว่าจ้างให้มาขนยาเสพติดจากพื้นที่บ้านอรุโณทัย อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่ ให้ค่าจ้างครั้งละ 1 แสนบาท โดยตนจะขึ้นเครื่องบินจากกรุงเทพฯ มาลงที่ จ.เชียงใหม่ และมีผู้ร่วมขบวนการจัดเตรียมทุกอย่างไว้ให้ ตนมีหน้าที่ขนยาเสพติดอย่างเดียวและ เมื่อส่งยังที่หมายปลายทางแล้วก็จะขึ้นเครื่องบินกลับ เนื่องจากตนเองมีอาชีพขายเสื้อผ้าอยู่กรุงเทพมหานคร

นอกจากนี้อีกคดี ยังสามารถจับกุมตัวนายทศพร รัตนะ ผู้ต้องหาคดีชิงทรัพย์กว่า 8 คดี สืบเนื่องจาก เมื่อวันที่ 28 ตุลาคมที่ผ่านมาเวลาประมาณ 11.00น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.หางดงได้รับแจ้งว่ามีคนร้ายชิงทรัพย์ที่บริเวณ หมู่บ้านเชียงใหม่วิวดอย ต.หนองควาย อ.หางดง จ.เชียงใหม่ จึงได้ตรวจสอบพบว่า ผู้เสียหายชื่อ นางวันทนา เศรษฐโกมุท อายุ 65 ปี ที่อยู่ 129/17 หมุ่บ้านเพชรบุรินทร์ ม.5 ต.แม่เหียะ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ ถูกคนร้ายชิงทรัพย์สร้อยคอทองคำ 2 เส้น แหวนทองคำ 2 วง และกระเป๋าสะพายของ ผู้เสียหายแล้วหลบหนีไป หลังจากหลอกว่าจะขอเช่าบ้าน

โดยนางวันทนา ผู้เสียหายให้การว่า ขณะที่ตนอยู่ที่บ้านได้พบเห็น นายทศพร คนร้าย ขับขี่รถจักรยานยนต์ วนเวียนอยู่ภายในหมู่บ้านหลายครั้ง ซึ่งตนไม่เคยพบหน้าจึงได้เรียกสอบถาม โดยนายทศพรก็แจ้งความประสงค์ว่าต้องการเช่าบ้าน ขณะที่ตนมีบ้านให้เช่าอยู่ในบ้านถวาย อ.หางดง จ.เชียงใหม่ จึงได้ซ้อนรถจักรยานยนต์คนร้ายเพื่อพาไปดูบ้านเช่า ขณะที่ขากลับ คนร้ายได้เลี้ยวรถเข้าไปในหมู่บ้านเชียงใหม่วิวดอย ที่เกิดเหตุที่อยู่ระหว่างทาง และได้กระชากสร้อยคอและกระเป๋า ก่อนที่จะถีบตนล้มลงแล้วขี่รถจักรยานยนต์หนีไป

หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนได้พบว่า ลักษณะการก่อเหตุ และยานพาหนะที่คนร้ายใช้ก่อเหตุ คล้ายคลึงกับคดีที่เกิดขึ้น ในพื้นที่ สภ.สันทราย จ.เชียงใหม่ 3 ครั้ง ในพื้นที่ สภ.สารภี จ.เชียงใหม่ 1 ครั้ง และสภ.เมืองลำพูน 1 ครั้ง เชื่อว่าน่าจะเป็นคนร้ายเดียวกัน จึงได้สืบสวนจากภาพที่บันทึกได้โดยกล้องวงจรปิดเส้นทางที่คนร้ายหลบหนี กระทั่งสามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ในบ้านพักเลขที่ 36/2 หมู่ 9 ต.ทุ่งต้อม อ.สันป่าตอง จ.เชียงใหม่ ทั้งยังพบของกลางที่ได้จากการลักทรัพย์อีกหลายรายการ โดยนายทศพรผู้ต้องหา รับสารภาพว่าได้ก่อนเหตุมาแล้ว รวม 8 ครั้ง ทั้งในพื้นที่ จ.เชียงใหม่ ลำพูน กรุงเทพฯและนนทบุรี