วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

'เสธ.โต'ชี้เลือกตั้งจบม.ค. ยันต้องเคลียร์ที่มา30เสียง

“เสธ.โต” พล.ร.อ.สุรวุฒิ มหารมณ์ ประธานกรรมการกลาง จัดการเลือกตั้ง

สมาคมลูกหนังไทย กำหนดกรอบทำงาน ทุกเรื่องต้องจบภายวันที่ 8 ม.ค.2559 ออกโรงเตือนทุกฝ่ายอย่ากดดัน หากทำให้เกิดความสับสน เสียหาย จะสะเทือนต่อการเลือกตั้งนายกบอล เตรียมใช้มาตรการจากเบาไปถึงหนัก ยันต้องเคลียร์ที่มาของ 30 เสียงที่มีสิทธิ์เลือกตั้งให้ชัดเจน 

ความคืบหน้ากรณีที่ สหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ (ฟีฟ่า) แต่งตั้งคณะกรรมการขึ้นมา 1 ชุด เพื่อดำเนินการจัดการเลือกตั้งนายกสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย โดยมี “เสธ.โต” พล.ร.อ.สุรวุฒิ มหารมณ์ เป็นประธาน และฟีฟ่ากำหนดว่าจะต้องจัดการเลือกตั้งนายกสมาคมฟุตบอล ภายในวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2559

“เสธ.โต” พล.ร.อ.สุรวุฒิ เปิดเผยว่า ที่ผ่านมาฝั่งสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย ได้มีการออกแถลงการณ์ออกมาเป็นระยะๆ โดยเฉพาะประเด็นสำคัญคือที่มาของ 30 เสียงสโมสรสมาชิกจากลีกภูมิภาค (ดิวิชั่น2) ที่มีสิทธิ์ออกเสียงในการเลือกตั้งนายกสมาคมฟุตบอล จึงขอเตือนสมาคมฟุตบอลว่าให้หยุดการกระทำดังกล่าวเนื่องจากจะสร้างความสับสนให้ประชาชน โดยคณะทำงานของตนนั้นยังยืนยันว่าจะทำงานอย่างตรงไปตรงมาและจะให้ความยุติธรรมแก่ทุกๆ ฝ่าย

“ผมบอกได้เลยว่า พวกคุณไม่ต้องออกมากดดันกับคณะทำงานของผม คณะผมฟีฟ่าแต่งตั้งขึ้นมา เพื่อดำเนินการจัดการเลือกตั้งนายกสมาคมฟุตบอลเท่านั้น ซึ่งหากฝ่ายสมาคมฟุตบอลออกมาให้ข่าวมันแบบนี้จะทำให้เกิดความสับสน เกิดความเสียหายและจะกระทบกระเทือนต่อการเลือกตั้ง จากนี้หากยังไม่หยุดออกข่าวสร้างความสับสน ผมคงจะต้องมีมาตรการปรามให้เข้มข้นขึ้นเริ่มจากเบาไปหาหนัก ซึ่งจะไม่เป็นผลดีต่อวงการฟุตบอลของเมืองไทยเลย ถ้ายังไม่หยุดพูด หรือ ออกมาแถลงข่าวรายวันกัน ส่วนกรอบเวลาทำงานนั้นทุกเรื่องต้องจบภายในวันที่ 8 มกราคม 2559” พล.ร.อ.สุรวุฒิ กล่าว

“เสธ.โต” ยังกล่าวเพิ่มเติมด้วยว่า หลังจากที่ได้มีการหารือนอกรอบ ไปเมื่อวันที่ 19 ตุลาคมแล้ว ในวันที่ 26 ตุลาคมนี้จะเชิญคณะทำงานมาประชุมร่วมกันเป็นครั้งแรก เพื่อหาแนวทางในการพิจารณาที่มาของ 30 เสียงสโมสรสมาชิกลีกภูมิภาค ที่มีสิทธิ์ออกเสียง ทั้งเรื่องของจำนวนสโมสรที่มีสิทธิ์ วิธีการ และขั้นตอนต่าง ๆ ตลอดไปจนถึงระเบียบข้อบังคับต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้งสมาคมฟุตบอลทั้งหมด 

“เดิมคณะทำงานจะมีการลงพื้นที่เพื่อหาข้อมูลจากทีมลีกภูมิภาคทุกโซน แต่เพื่อให้เกิดความยุติธรรมและจะได้ไม่ถูกกล่าวหา ว่าไปหาเสียงให้ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง จึงปรับมาใช้วิธีการส่งแบบสอบถามแทน ส่วนทีมในไทยพรีเมียร์ลีกและลีกดิวิชั่น 1 นั้น ก็อาจจะนำมาพิจารณาด้วยเช่นกัน โดยทุกทีมต้องทำให้ถูกต้องตามกฎของฟีฟ่า และข้อบังคับลักษณะปกครองของสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย”