“ปีศาจแดง” แมนฯ ยูไนเต็ด พร้อมส่ง ฆวน มาตา คืนทัพทำศึกดาร์บีแมทช์
เมืองแมนเชสเตอร์ ในศึกลูกหนังพรีเมียร์ลีกวันอาทิตย์ที่ 25 ต.ค. กับ “เรือใบสีฟ้า” แมนฯ ซิตี ที่ส่ง เควิน เดอ บรอยน์ ลงเป็นจอมทัพแนวรุก รวมทั้งยังลุ้น ดาวิด ซิลบา กลับมาช่วยทีม สถิติ เจ้าบ้าน ยังข่มเยอะ ด้าน “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล น่าจะปรับทัพหลายตำแหน่งรับมือ “นักบุญ” เซาแธมป์ตัน
ศึกพรีเมียร์ลีกนัดวันอาทิตย์ที่ 25 ตุลาคม จะมีศึกบิ๊กแมทช์ที่สนามโอลด์ แทรฟฟอร์ด ของ “ปีศาจแดง” แมนฯ ยูไนเต็ด เมื่อเจ้าถิ่นที่มี 19 แต้มจาก 9 นัด จะเปิดบ้านทำศึกดาร์บีแมทช์เมืองแมนเชสเตอร์ กับ “เรือใบสีฟ้า” แมนฯ ซิตี ที่มีอยู่ 21 แต้มเป็นจ่าฝูงจากเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ในเวลา 21.05 น. โดยเกมนี้ หลุยส์ ฟาน กัล จะมีการปรับทัพจากเกมยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ที่ไปเสมอ ซีเอสเคเอ มอสโก 1-1 เมื่อกลางสัปดาห์แน่นอน
แนวรับ มัตเตโอ ดาร์เมียน จะได้กลับมาประจำการในตำแหน่งแบ็กขวาแทนที่อันโตนิโอ บาเลนเซีย ขณะที่เซ็นเตอร์แบ็กยังน่าจะเป็นคู่ของ คริส สมอลลิง กับ ฟิล โจนส์ ทำให้ ดาลีย์ บลินด์ ที่อาจจะกลับมาเป็นตัวจริง น่าจะต้องไปเล่นเป็นแบ็กซ้ายแดนกลาง ไมเคิล คาร์ริค มีโอกาสกลับมาเป็นตัวจริงครั้งแรกในรอบหลายนัดแทนที่มอร์แกน ชไนเดอร์ลิน หรือ บาสเตียน ชไวน์สไตเกอร์ และเกมรุก ฆวน มาตา ที่ได้พักเมื่อกลางสัปดาห์จะได้เป็นตัวจริงอย่างแน่นอน โดยที่ เมมฟิส เดปาย กับ อองโตนี มาร์กซิยัล จะเล่นเป็นกองหน้าตัวริมเส้น และเวย์น รูนีย์ ยังจะได้เป็นกองหน้าตัวเป้าต่อไปแม้ว่าจะฟอร์มไม่ดีเท่าไรนัก
ฝั่ง แมนฯ ซิตี ที่กำลังฟอร์มดีได้ชัยชนะมา 4 นัดติดต่อกันในทุกถ้วย แนวรับยังคงไม่มี กาแอล คลิชี ที่ยังไม่ฟิตกลับมา แต่อาจจะได้ แวงซองต์ กอมปานี กัปตันทีมกลับมาช่วยทีมได้อีกครั้ง หลังจากฟิตกลับมามีชื่อเป็นตัวสำรองในเกมล่าสุดแดนกลาง ยายา ตูเรกับ แฟร์นันดินโญ จะจับคู่เป็นมิดฟิลด์คู่กลาง และใช้ เควิน เดอ บรอยน์ กองกลางทีมชาติเบลเยียมที่กำลังฟอร์มดีเป็นจอมทัพในแนวรุก และมีลุ้นทดสอบความฟิตของ ดาวิด ซิลบา ที่อาจจะหายเจ็บข้อเท้ากลับมาได้ทัน แต่หากกลับมาไม่ได้ เฆซุส นาบาส กับ ราฮีม สเตอร์ลิง จะยังได้เป็นตัวจริง โดยที่ วิลเฟรด โบนี จะเป็นหัวหอก เนื่องจาก เซร์คิโอ อาเกโร ยังเจ็บกล้ามเนื้อหลังเข่า
สำหรับสถิติที่พบกันมาของคู่นี้ แม้ว่า แมนฯ ซิตี จะประสบความสำเร็จมากกว่าในช่วงหลัง แต่ยังเป็น แมนฯ ยูไนเต็ด ที่มีสถิติที่ดีกว่าในลีก ชนะมาแล้ว 60 นัด ขณะที่ แมนฯ ซิตี ชนะ 43 นัด และเสมอกันอีก 49 นัด โดยเกมล่าสุดที่พบกันที่โอลด์ แทรฟฟอร์ด เมื่อเดือนเมษายน แมนฯ ยูไนเต็ด เอาชนะไปได้ 4-2
ขณะที่ “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล ที่จะลงสนามในลีกภายใต้การทำทีมของเจอร์เกน คลอปป์ เป็นนัดที่ 2 จะเปิดแอนฟิลด์ พบกับ “นักบุญ” เซาแธมป์ตัน ในเวลา 23.15 น. โดยก่อนเกมนี้ทั้งสองทีมต่างมี 13 แต้มเท่ากัน และคาดว่า คลอปป์ จะมีการเปลี่ยนแปลงทีมจากชุดที่เสมอ รูบิน คาซาน 1-1 ในศึกยูโรปา ลีก เมื่อกลางสัปดาห์อยู่พอสมควร แนวรับน่าจะเป็นขุมกำลังเดียวที่ไม่มีการเปลี่ยนแปลง แต่แดนกลาง ลูคัส เลวา จะได้กลับมาเป็นตัวจริงแทนที่ โจ อัลเลน และแนวรุก คริสเตียน เบนเทเก ฟิตเต็มที่กับการลงเป็น 11 ตัวจริง รวมทั้ง โรแบร์โต ฟีร์มิโน ก็น่าจะได้เบียดลงสนามเช่นกัน ขณะที่ เซาแธมป์ตัน มีปัญหาเพียงจุดเดียวคือตำแหน่งผู้รักษาประตูที่ เฟรเซอร์ ฟอร์สเตอร์ กับ มาร์เทน สเตเคเลนเบิร์ก ยังเจ็บอยู่ทั้งคู่
โปรแกรมคู่อื่นๆ เวลา 19.00 น. ซันเดอร์แลนด์ พบ นิวคาสเซิล และเวลา 21.05 น. บอร์นมัธ พบ สเปอร์ส
“คลอปป์” ขอเวลานำหงส์บิน
เจอร์เกน คลอปป์ กุนซือคนใหม่ “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล เปิดใจพร้อมเตือนแฟน “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล ว่า ตนไม่ใช่ผู้วิเศษที่จะปรับทีมให้ดีระดับ “เสือใต้” บาเยิร์น มิวนิค หรือ “เจ้าบุญทุ่ม” บาร์เซโลนา ได้ในช่วงข้ามคืน หลังจากที่คุมทีม 2 นัดแรกทำได้แค่เสมอทั้งสองนัดด้วยการไปเสมอ “ไก่เดือยทอง” สเปอร์ส 0-0 ในพรีเมียร์ลีก และเปิดแอนฟิลด์เสมอ รูบิน คาซาน ที่เล่น 10 คน 1-1 ในยูโรปาลีก ซึ่งการทำทีมลิเวอร์พูล นั้นต้องใช้เวลา และรู้ดีว่าการเข้ามารับงานในถิ่นแอนฟิลด์จะเป็นช่วงชีวิตที่ยากลำบากแน่นอน แต่ก็ถือว่าเป็นความท้าทายและสามารถยอมรับได้
“ผมรู้ดีว่ามันจะเป็นแบบนี้หากผมอยากทำให้ชีวิตง่ายแล้วผมคงพักให้นานกว่านี้ ผมรู้ถึงปัญหาและผมรู้ว่ามันไม่ง่ายที่จะทำให้ลิเวอร์พูลเป็นไปดังใจในตอนนี้ เพราะว่ามีความคาดหวังอย่างมากดังนั้นมันจึงไม่ใช่เรื่องง่าย แต่เราต้องก้าวไปทีละขั้นเพื่อความมั่นใจ” คลอปป์กล่าว





