ชูเซ มูรินโญ กุนซือ “สิงโตน้ำเงินคราม” เชลซี ยังมั่นใจว่าเก้าอี้ผู้จัดการทีมยังไม่หัก
แม้จะนำทีมวืดโควตาแชมเปี้ยนส์ลีกก็ตาม ส่วนเกมพรีเมียร์ลีกวันนี้ (18 ต.ค.) “สาลิกาดง” นิวคาสเซิล ไร้ ทิม ครูล เฝ้าเสา แต่ขนแนวรุกชุดใหญ่ “ไวจ์นัลดุม, เปเรซ, ซิสโซโก, มิโตรวิช” ลุ้นชนะนัดแรกพรีเมียร์ลีก เมืองผู้ดี ด้าน “นกขมิ้นเหลืองอ่อน” นอริช เปิดเกมบุกเข้าแลก ใช้สองกองหน้าคู่เก่ง ฮูลาฮาน-เฌอโรม บุกย่านไทน์ไซด์
ชูเซ มูรินโญ กุนซือ “สิงโตน้ำเงินคราม” เชลซี แชมป์เก่าพรีเมียร์ลีก เชื่อว่าจะไม่ถูกกดดันจาก โรมัน อับราโมวิช เจ้าของทีมว่าจะถูกปลดออกจากตำแหน่ง แม้ผลงานในฤดูกาลนี้จะออกมาแย่แพ้ถึง 6 นัด จาก 12 นัดในทุกรายการ และยืนยันว่าแม้ทีมจะจบอันดับกลางๆ ตารางของพรีเมียร์ลีกฤดูกาลนี้ ก็จะยังอยู่กับทีมต่อไป
“ใช่ผมจะอยู่ต่อ แต่ผมไม่ได้บอกว่าเพราะเราไม่คาดว่าเราจะจบที่กลางตาราง มันมีเหตุผลที่แตกต่างอยู่หลายเหตุผล ผมไม่คิดว่ามันต่างไปแค่เฉพาะตอนนี้ แต่นับตั้งแต่ที่ผมกลับมาในปี 2013 ตอนที่ผมได้พูดคุยครั้งแรกกับเจ้าของทีมและบอร์ดบริหารในปี 2013”
“ในตอนเริ่มฤดูกาล ผมบอกแล้วว่าการแข่งขันลีกนี้มันอันตราย สองปีที่แล้ว แมนฯ ยูไนเต็ด หลุดออกจาก 4 อันดับ ปีที่แล้ว ลิเวอร์พูล หลุดจาก 4 อันดับแรก และในปีนี้ใครก็ได้ที่จะหลุดออกจาก 4 อันดับแรก ใครก็ได้ทั้งนั้นไม่ว่าจะเป็นเชลซี, ลิเวอร์พูล, แมนฯ ยูไนเต็ด, แมนฯ ซิตี, อาร์เซนอล ผมไม่ได้พูดถึงเกี่ยวกับ ทอตแนม, เอฟเวอร์ตัน และสวอนซี ทีมที่พยายามจะหาโอกาสเข้ามาติด 1 ใน 4 อีก แต่ผมไม่คิดว่าเชลซีจะหลุดไป ผมพูดตั้งแต่ตอนที่ทุกคนมี 0 แต้มว่ามันเป็นเรื่องเสี่ยงเพราะการแข่งขันนี้มันสูสีกันมาก” มูรินโญกล่าว
สำหรับการแข่งขันฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ นัดวันอาทิตย์ที่ 18 ตุลาคม มีเตะเพียงคู่เดียว ระหว่าง “สาลิกาดง” นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด ทีมอันดับ 20 หรืออันดับสุดท้าย แข่ง 8 นัด ยังไม่ชนะใคร มี 3 แต้ม จะเปิดสนามเซนต์ เจมส์ ปาร์ค รอรับการมาเยือนของ “นกขมิ้นเหลืองอ่อน” นอริช ซิตี ทีมอันดับ 13 มี 9 แต้ม เวลา 22.00 น.
ก่อนเกมนี้ นิวคาสเซิล ของผู้จัดการทีม สตีฟ แม็คคลาเรน เพิ่งออกไปพ่าย “เรือใบสีฟ้า” แมนฯ ซิตี ทีมจ่าฝูง 1-6 ถึงย่านอีสต์แลนด์ และแพ้ไปแล้วรวม 5 นัด โดนยิงรวมถึง 17 ประตู สัปดาห์นี้ได้เล่นเกมเหย้า จึงจำเป็นต้องได้ 3 แต้ม เพื่ออนาคตของทั้ง แม็คคลาเรน และของทีมเอง เพราะนอริชแม้จะอยู่เหนือกว่าถึง 7 อันดับ แต่หากนิวคาสเซิลชนะจะกลับมาห่างกันเพียง 3 แต้ม
ส่วนสภาพทีมนัดนี้นิวคาสเซิล จะไม่มี 6 ผู้เล่นตัวหลัก ได้แก่ เอมมานูเอล ริวิแยร์ กองหน้า, กาเบรียล โอแบร์ตอง กับ โรลันโด อารอนส์ สองผู้เล่นปีก, เคอร์ติส กูด เซ็นเตอร์แบ็กออสซี, สตีเวน เทย์เลอร์ กองหลังสารพัดประโยชน์ และทิม ครูล ผู้รักษาประตูมือ 1 รวมถึงต้องรอประเมินสภาพร่างกายของ เควิน เอมบูบา เซ็นเตอร์แบ็กอีกราย
เชื่อว่า แม็คคลาเรน ยังจะใช้ผู้เล่นตัวหลักจากนัดแพ้ซิตี เพราะเป็นผู้เล่นที่ดีสุดในมือขณะนี้ แต่อาจต้องเปลี่ยนแปลงหนึ่งตำแหน่งคือผู้รักษาประตูที่ โรเบิร์ต เอลเลียต ต้องลงมาแทน ทิม ครูล เนื่องจากปัญหาการบาดเจ็บระหว่างปล่อยพักสองสัปดาห์เพื่อกลับไปรับใช้ชาติ ดังนั้น
ผู้เล่น 11 คนแรก ที่คาดว่าจะลงสนามในระบบ 4-2-3-1 มีดังนี้ ผู้รักษาประตู-โรเบิร์ต เอลเลียต, กองหลังจากซ้าย-เควิน เอ็มบาบู, ฟาบริซิโอ โคลอคชินี, ชานเซล เอ็มเบมบา, ดาริล ยานมาท, มิดฟิลด์คู่กลาง-โยอัน กุฟฟราน, เฟอร์นอน อนิตา, สามกองกลางตัวรุกจากซ้าย-จอร์จินิโอ ไวจ์นัลดุม, อโยซี เปเรซ, มุสซา ซิสโซโก, กองหน้า-อเลกซานดาร์ มิโตรวิช
ฝั่งนอริช ของผู้จัดการทีม อเลกซ์ นีล ยังไม่ชนะทีมใดเลยใน 3 เกมหลังสุด โดยก่อนเกมนี้เพิ่งพ่ายเกมเหย้า “จิ้งจอก” เลสเตอร์ ซิตี 1-2 และเล่นเกมเยือน 4 นัด ชนะได้เพียงครั้งเดียว ที่เหลือแพ้ 1 เสมอ 2 จึงถือว่าไม่ได้เปรียบเจ้าบ้านมากนักหากจะวัดด้วยมาตรฐานของทีมในรอบเดือนที่ผ่านมา
ส่วนสภาพทีมนัดนี้ในกลุ่มผู้เล่นตัวหลักจะขาด ยูซูฟ มูลุมบู มิดฟิลด์ตัวกลาง เพียงคนเดียว แต่ต้องรอประเมินสภาพร่างกายของ แกรี ฮูเปอร์ กับ ลูอิส แกรปแบน สองกองหน้า โดย แกรบแบน มีลุ้นลงสนามอย่างน้อยในฐานะตัวสำรอง
สำหรับผู้เล่น 11 คนแรก นอริช จะยืนพื้นผู้เล่นตัวจริง 11 คนแรก ที่ใช้มาตลอดใน 8 นัดแรก ด้วยระบบการเล่น 4-4-1-1 ดังนี้
ผู้รักษาประตู-จอห์น รัดดี, กองหลังจากซ้าย-โรเบิร์ต เบรดี, เซบาสเตียน บาสซง, รัสเซลล์ มาร์ติน, สตีเวน วิทเทคเกอร์, กองกลางจากซ้าย-แมทธิว จาร์วิส, เกรแฮม ดอร์แรนส์, อเลกซานเดอร์ เตทเตย์, โจนาธาน ฮอว์สัน, กองหน้า-เวส ฮูลาฮาน, คาเมรอน เฌอโรม





