ผลตรวจ "ดีเอ็นเอ" ไม่ตรง ผู้ต้องสงสัยฆ่าโหดนักเรียน เจ้าหน้าที่สืบสวนภาค8 ลงพื้นที่ร่วมคลายปม-พุ่งเป้าแรงงานต่างชาติ
เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนสอบสวนคลี่คลายคดีฆ่าโหดนักเรียนหญิง น.ส.อรวี สำเภาทอง หรือน้องแฮปเปิ้ล เมื่อคืนวันที่ 28 ก.ย. 2558
ความคืบหน้าทาง จนท.ตำรวจระนองได้ควบคุมตัวชายชาวไทยอาชีพกรรมกรก่อสร้างใกล้จุดเกิดเหตุ ต้องสงสัย ฆาตกรรมโหด นร.หญิงชั้น ม.6 นส.อรวี สำเภาทอง หรือน้องแอปเปิ้ล มาตรวจดีเอ็นเอ เปรียบเทียบชิ้นเนื้อที่พบในเล็บผู้ตาย ซึ่งการตรวจดีเอ็นเอ ต้องใช้เวลาในการดำเนินการประมาณ 10-15 วัน
ผลปรากฏว่า วันนี้ (16 ต.ค.) ผลตรวจ ดีเอ็นเอ ปรากฏว่าไม่ตรงกับเนื้อเยื่อที่ปรากฏอยู่ในเล็บของผู้ตาย จึงทำให้ไม่สามารถเอาผิดกับชายต้องสงสัยคนดังกล่าวได้ ทำให้ เจ้าหน้าที่ต้องกลับไปเริ่มต้นแกะรอยคดีนี้ใหม่ โดยเฉพาะกลุ่มผู้ต้องสงสัยที่ลงมือฆ่าโหด
ซึ่งขณะนี้ทางเจ้าหน้ากลับไปให้ความสำคัญกับ 4 แรงงานต่างด้าวอีกครั้ง โดยเฉพาะการรวบรวมพยาน หลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์รวมทั้งโทรศัพท์ และกล้องวงจรปิด โดยขณะนี้ทีม จนท.ตำรวจชุดสืบสวนสอบสวนจากกองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 8 ได้เดินทางลงพื้นที่ จ.ระนองเพื่อร่วมทำงานกับ จนท.ตร.ระนองในการเร่งหาเบาะแสคนร้ายในคดีดังกล่าวเพื่อนำไปสู่การจับกุมต่อไป
สำหรับชายชาวไทยที่ต้องสงสัยที่เจ้าหน้าที่ควบคุมตัวก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 6 ต.ค. 2558 ที่ฝ่ายงานสืบสวนสอบสวน สภ.เมืองระนอง ได้มีการเรียกตัว ผู้ต้องสงสัย ซึ่งเป็นชาย 1 ราย รูปร่างสันทัด สูงประมาณ 160 ซ.ม. ผิวคล้ำ อายุประมาณ 28-30 ปี และเป็นกรรมกรอยู่ใกล้กับจุดเกิดเหตุ ในพื้นที่ ต.บางริ้น อ.เมือง จ.ระนอง มาสอบปากคำเพิ่มเติม พร้อมมีการยึดเสื้อผ้าจำนวนหนึ่ง นำส่งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจกองพิสูจน์หลักฐาน จ.ระนอง เข้าเก็บรายละเอียดทางนิติเวช เพื่อนำไปพิสูจน์กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ และนำผลไปประกอบกับพยานหลักฐานจากที่เกิดเหตุ แต่ผลปรากฏว่าไม่พบหลักฐานที่สามารถพิสูจน์ได้ว่าเป็นคนร้ายทำให้ จนท.ตำรวจต้องกลับไปเริ่มต้นทำงานใหม่อีกครั้ง
พล.ต.ต.นรินทร์ บุษยวิทย์ ผบก.ภ.จว.ระนอง กล่าวว่า ที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่ได้เร่งดำเนินการตามคำสั่งการของพล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รอง ผบ.ตร.ที่เดินทางลงพื้นที่จ.ระนองมาเร่งรัดและมอบนโยบาย และแนวทางในการสอบสวนคดีนี้ พร้อมมอบหมายให้ พล.ต.ท.พิสิฏฐ์ พิสุทธิ์ศักดิ์ ผช.ผบ.ตร. เป็นผู้ดูแลคดีดังกล่าว
ซึ่งทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติให้ความสำคัญกับคดีที่เกิดขึ้น นอกจากเป็นคดีที่ประชาชนให้ความสนใจ ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติถือว่าเป็นคดีอุจฉกรรจ์ สะเทือนขวัญ ของบุคคลทั่วไปในคดีดังกล่าว พร้อมตั้งรางวัลให้กับผู้ที่แจ้งเบาะแสนำไปสู่การจับกุมคนร้ายไว้จำนวน 50,000 บาท
เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนสอบสวนจากกองบัญชาการตำรวจภูธรภาค8 ที่ลงมาเสริมทีมการทำงานสืบสวนสอบสวนคดีฆ่าโหด นร.หญิงชั้น ม. 6 ใน จ.ระนอง เมื่อคืนวันที่ 28 ก.ย. 2558 เปิดเผยว่าจากการตรวจสอบกล้องวงจรปิดโดยละเอียดเจ้าหน้าที่ได้พบเบาะแสสำคัญ โดยในช่วงแรกที่เจ้าหน้าที่ทำการตรวจสอบจะเน้นในแนวกว้าง ที่พบว่านักเรียนหญิงที่เสียชีวิตได้เดินเข้ามาในซอยที่เกิดเหตุและหันรีหันขวาช่วงต้นซอย
ทำให้เจ้าหน้าที่สันนิษฐานว่าอาจจะมีปัญหากลับกลุ่มวัยรุ่นก่อนหน้าและกลัวว่าจะถูกตามมาทำร้าย แต่ปรากฏว่าเมื่อนำข้อมูลจากกล้องโทรทัศน์มาตรวจสอบโดยละเอียดจากผู้เชี่ยวชาญพบว่าในช่วงที่ นร.หญิงเดินเข้ามาบริเวณปากซอยมีเสียงผู้ชายเรียกชื่อว่า “เปิ้ล”ซึ่งดังเข้ามาปรากฏอยู่ในกล้องโทรทัศน์วงจรปิดชัดเจน
ทำให้นักเรียนสาวตกใจจึงหันรีหันขวาโดยไม่ทราบว่าต้นทางเสียงเรียกมาจากไหน ต่อจากนั้นทิ้งช่วงระยะ 4-5 วินาที จะได้ยินเสียงคนวิ่งออกจากจุดที่ซ่อนตัว และจะสอดคล้องกับภาพวงจรปิดที่จับภาพได้ขณะมอเตอร์ไซด์พ่วงข้างวิ่งเข้าไปในซอยเมื่อนำภาพมาคัททีละช็อตโดยละเอียดจะพบว่ามีเงาคล้ายคนประมาณ 2 คนแอบซุ่มอยู่ข้างทาง จากข้อมูลที่ปรากฏทำให้ เจ้าหน้าที่สันนิษฐานว่าเหตุการณ์ฆ่าโหด นร.หญิงชั้น ม. 6 เป็นการกระทำที่เตรียมการมาล่วงหน้า และมีผู้ที่ทราบการเคลื่อนไหวของนักเรียนสาวเป็นอย่างดี
ส่วนกลุ่มฆาตรกรคาดว่าไม่น่าจะรู้จัก นักเรียนมาก่อนแต่ถูกว่าจ้างมาให้ทำงานดังกล่าว จึงมีการเรียกชื่อให้มั่นใจก่อนลงมือ เมื่อเรียกชื่อแล้ว นร.หญิงแสดงกริยาชัดเจนก็มั่นใจจึงวิ่งออกจากจุดซ่อนตัวไปยังจุดสังหารซึ่งอยู่ห่างกันประมาณ 50 ม. ส่วนสาเหตุหรือมูลเหตุสู่การฆาตรกรรมในครั้งนี้นั้นกำลังหาข้อมูลในรายละเอียด รวมทั้งการเก็บรวบรวมพยานหลักฐานสำคัญต่างๆ





