วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

'พ.ต.อ.'โร่พบกองปราบ แจ้งความกลับ'ลิเกดัง'หมิ่นฯ

"พ.ต.อ.ปจภณ" โร่พบกองปราบ รับเป็นคู่กรณีครอบครัวลิเกดัง ลุยแจ้งความกลับข้อหาหมิ่นฯ

จากกรณีพระเอกลิเกดัง พร้อมครอบครัวได้เข้าพบพนักงานสอบสวน กองบังคับการปราบปราม ก่อนหน้านี้ เพื่อขอคำปรึกษาข้อกฎหมายกรณีที่ถูกนายตำรวจนายหนึ่ง ข่มขู่และบังคับให้ยอมรับสภาพหนี้ 35 ล้านบาท นั้น

ความคืบหน้าเกี่ยวกับเรื่องนี้ เมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 30 กันยายน ที่ กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) พ.ต.อ.ปจภณ รอดโพธิ์ทอง ผกก.ฝ่ายสวัสดิการบ้านพักตำรวจ กองสวัสดิการ สำนักงานกำลังพล สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พร้อมด้วย นางจิดาภา รอดโพธิ์ทอง อายุ 46 ปี ภรรยา ได้เดินทางเข้าพบ พ.ต.ท.วรพงษ์ ภวเวส พนักงานสอบสวนผู้ชำนาญการพิเศษ กก.1 บก.ป. เพื่อแจ้งความดำเนินคดีบุคคลรายดังกล่าว ในข้อหาหมิ่นประมาท โดยนำเอกสารที่เกี่ยวข้องมามอบให้พนักงานสอบสวนไว้เป็นหลักฐานประกอบการพิจารณาดำเนินคดี

พ.ต.อ.ปจภณ กล่าวว่า เหตุที่ต้องการเข้าแจ้งความเอาผิดกับนายคิรีรัก เนื่องจากนายคีรีรัก ได้มาขอลงบันทึกประจำวัน ว่าถูก พ.ต.อ.ปจภณ รอดโพธิ์ทอง ข่มขืนใจให้เซ็นชื่อในสัญญาเงินกู้ โดยขู่ว่าถ้าไม่เซ็นจะให้นักข่าวมาทำข่าวและจะไม่รับรองความปลอดภัยของครอบครัว ทำให้ตนเสื่อมเสียชื่อเสียง ตนยืนยันว่าข้อกล่าวหาดังกล่าวนั้นไม่เป็นความจริง

ก่อนหน้านี้แฟนของนายคีรีรัก แจ้งว่านายคีรีรัก มีโปรเจคการแสดงลิเก 3 โปรเจค โดยเฉพาะโปรเจคลิเกออนทีวีใช้งบประมาณ 25 ล้านบาท ออกอากาศทางสถานีโทรทัศน์แห่งหนึ่ง ขอให้ช่วยระดมทุน โดยมีกำหนดใช้คืนในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา

พ.ต.อ.ปจภณ กล่าวต่อว่า ทางนายคีรีรัก อ้างว่าจะได้รับเงินจากสปอนเซอร์ต่างๆ มีการนำเอกสารมาสร้างความน่าเชื่อถือ พร้อมระบุว่าจะให้ผลประโยชน์ตอบแทนภายหลังจบโปรเจค นอกจากนี้ภรรยาตนยังเคยทำธุรกิจกับแฟนของนายคีรีรัก มานานกว่า 10 ปี ก็ไม่เคยมีปัญหา จึงเชื่อใจตั้งวงแชร์กับเพื่อน นำเงินไปลงทุนทำรายการดังกล่าว แต่กลับไม่ได้รับค่าตอบแทนตามที่กล่าวอ้าง

“จากนั้นเมื่อวันที่ 3 สิงหาคมที่ผ่านมา ผมได้รับการประสานจากคนกลาง ซึ่งเป็นผู้ใหญ่ของนายคีรีรัก ขอให้มาเจรจากับนายคีรีรัก ที่ร้านอาหารชลบุรีซีฟู้ด ถนนวิภาวดีรังสิต ซอย 62 ผมก็เดินทางไปพร้อมภรรยา ส่วนแฟนสาวของนายคีรีรัก ก็มาพร้อมผู้ใหญ่ โดยการเจรจากัน ตนได้นำเอกสารหลักฐานต่างๆ มายืนยัน ซึ่งนายคีรีรัก ก็ยอมรับผิดต่อหน้าทุกคน และบอกว่ายินยอมจะชดใช้เงินคืน โดยฝ่ายผู้ใหญ่ที่ร่วมเจรจา จึงขอให้มีการทำหนังสือสัญญากู้ มีผู้จัดการศิลปินลงชื่อเป็นพยาน แต่เนื่องจากเงินมีจำนวนมาก และมีผู้ได้รับไปหลายคน จึงต้องการให้คนเหล่านั้นร่วมลงชื่อด้วย อีกทั้งสัญญาไม่ได้ระบุรายละเอียดการชำระเงินคืน ก็อยากขอร้องผู้ใหญ่ที่เป็นกลางให้นัดหมายอีกครั้ง” พ.ต.อ.ปจภณ กล่าว

ผกก.รายนี้ กล่าวอีกว่า ต่อมาเมื่อวันที่ 6 สิงหาคม มีการเจรจากันอีกครั้งที่ร้านอาหารแห่งเดิม โดยฝ่ายนายคีรีรัก ให้ข้าราชการผู้ใหญ่และผู้จัดการศิลปิน รวมทั้งผู้เชี่ยวชาญข้อกฎหมาย มาให้คำแนะนำ ส่วนตนกับภรรยา มาพร้อมทนาย และเจ้าหนี้ที่ร่วมนำเงินมาร่วมลงทุน ซึ่งนายคีรีรักยอมรับผิดเช่นเดิมและยินยอมจะชดใช้หนี้ 35.5 ล้านบาท จึงลงนามในสัญญายอมรับสภาพหนี้ กำหนดชำระคืนเป็นงวดๆ ดังนั้นการเซ็นยอมรับสภาพนี้ดังกล่าวไม่ได้มีการข่มขู่นายคีรีรัก ทำด้วยความเต็มใจ และมีพยานที่ลงนามไว้รับทราบ โดยเรื่องราวที่เกิดขึ้นทั้งหมดไม่ใช่ปัญหาที่เกิดจากเรื่องความสัมพันธ์เชิงชู้สาวแต่อย่างใด

ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีรถยนต์ยี่ห้อโตโยต้า เวลไฟร์ ทะเบียนป้ายแดง ที่นายคีรีรัก อ้างว่าได้ให้พี่สาว นำไปใช้งานจนมีการตรวจค้นและสอบสวนที่มา เนื่องจากพบว่าเป็นรถที่หลีกเลี่ยงภาษี นั้น พ.ต.อ.ปจภณ กล่าวว่า ตนไม่ทราบเพราะไม่ใช่เจ้าของรถคันดังกล่าว และในวันนี้มีความประสงค์จะเข้าแจ้งความดำเนินคดีนายคีรีรัก ฐานหมิ่นประมาทเท่านั้น

ด้าน พ.ต.ท.วรพงษ์ กล่าวว่า ได้รับแจ้งความและสอบปากคำผู้ร้องไว้พร้อมกับตรวจสอบเอกสารต่างๆ เพื่อประมวลข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นทั้งหมด ก่อนนำเรื่องเสนอผู้บังคับบัญชาพิจารณาสั่งการต่อไป