วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

กทม.โอดพายุ'หว่ามก๋อ'เพิ่มน้ำเขื่อนหลักไม่ถึง2%

กทม.โอดพายุ“หว่ามก๋อ” เพิ่มน้ำ 4 เขื่อนหลักไม่ถึง 2% วอนเกษตรกรงดนาปรัง คาดปีหน้าภัยแล้งหนักกว่าเดิม

นางเบญทราย กียปัจจ์ ผู้ช่วยเลขานุการผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร(กทม.) และรองโฆษกของกทม. กล่าวภายหลังการประชุมคณะผู้บริหาร ครั้งที่ 27/2558 ซึ่งมี ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าฯกทม.เป็นประธานการประชุม ว่า นายกังวาฬ ดีสุวรรณ ผู้อำนวยการสำนักการระบายน้ำได้รายงานต่อที่ประชุมถึงสถานการณ์น้ำในพื้นที่กรุงเทพฯ ภายหลังได้รับผลกระทบจากพายุหว่ามก๋อและเกิดฝนตกในช่วงอาทิตย์ที่ผ่านมา ปรากฏว่ามีปริมาณน้ำเพิ่มขึ้นเพียงเล็กน้อย โดยเขื่อนหลักทั้ง 4 แห่ง ได้แก่ เขื่อนภูมิพล เขื่อนสิริกิติ์ เขื่อนแควน้อย และเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ เพิ่มขึ้นเฉลี่ยไม่ถึง 2 เปอร์เซ็นต์ โดยมีการคาดว่าในปีหน้าอาจจะแล้งมากกว่าปีนี้   

นางเบญทราย กล่าวต่อว่า สำหรับการระบายน้ำของ 4 เขื่อนหลักสำคัญ เมื่อวันที่ 20 ก.ย.นั้น มีการระบายน้ำลงสู่ลุ่มเจ้าพระยารวมประมาณ  6.08 ล้าน ลบ.ม. ส่วนเขื่อนเจ้าพระยามีการระบายน้ำ 70 ลบ.ม.ต่อวินาที แต่วันนี้ (21 ก.ย. 58) การระบายน้ำเพิ่มขึ้นเป็น 397 ลบ.ม.ต่อวินาที สูงกว่าเมื่อวานมาก ส่วนค่าความเค็มของแม่น้ำเจ้าพระยาในวันนี้ไม่กระทบต่อพื้นที่เกษตรกร โดยเวลา 08.00 น. บริเวณสถานีสูบน้ำแจงร้อนวัดได้ 0.3 กรัมต่อลิตร สถานีสูบน้ำดาวคะนอง 0.3 กรัมต่อลิตร สถานีสูบน้ำบางกอกใหญ่ 0.1 กรัมต่อลิตร สถานีสูบน้ำเทเวศร์ 0.2 กรัมต่อลิตร และสถานีสูบน้ำบางเขนใหม่ 0.3 กรัมต่อลิตร ซึ่งสำนักการระบายน้ำจะตรวจวัดคุณภาพความเค็มของน้ำทุกวัน

นางเบญทราย กล่าวด้วยว่า ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์เป็นห่วงถึงสถานการณ์ภัยแล้ง และเกษตรกรในพื้นที่ตะวันออกของกรุงเทพฯ เนื่องจากปริมาณน้ำมีน้อยไม่น่าจะทำการเกษตรได้ โดยเฉพาะการทำนาปรังจึงได้สั่งการให้สำนักพัฒนาสังคมลงพื้นที่สำรวจจำนวนครัวเรือนที่มีการทำนาปรัง รวมถึงรายได้ต่อครัวเรือนต่อเดือน เพื่อเป็นข้อมูลในการให้ความช่วยเหลือเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากปัญหาภัยแล้ง ซึ่งน้ำที่มีอยู่ขณะนี้เพียงพอสำหรับการใช้อุปโภคบริโภคเท่านั้น แต่ไม่เพียงพอต่อการทำการเกษตร จึงขอความร่วมมือเกษตรกรงดทำการเกษตร หรือนาปรังในช่วงนี้ โดยข้อมูลที่ได้จากการสำรวจจะนำมาเป็นแนวทางในการแก้ปัญหาภัยแล้งในปีหน้าด้วย พร้อมกันนี้ได้กำชับให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด พร้อมทั้งเตรียมความพร้อมให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ประสบเหตุความเดือดร้อนโดยเร็ว