เขื่อนสิริกิติ์ลดการปล่อยน้ำ เหลือ4.5ล้าน ลบ.เมตร หลังภาคกลางน้ำท่วมหนัก ขณะปลาเลี้ยงในกระชังเริ่มตายกว่า30กก.ต่อวัน หลังน้ำขุ่นแดง
นายสุเทพ เลิศศรีมงคล ผู้อำนวยการเขื่อนสิริกิติ์ จังหวัดอุตรดิตถ์ เปิดเผยว่า หลังเกิดฝนตกหนักจากอิทธิพลพายุหว่ามก๋อ ที่จังหวัดอุดตรถ์ทำให้เกิดน้ำท่วมในหลายพื้นที่ ส่งผลเทำให้เขื่อนสิริกิติ์จึงลดการปล่อยน้ำลงจากปริมาณวันละ5ล้าน ลบ.เมตรลดลงเป็น4.5ล้าน ลบ.เมตรตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป เพื่อไม่ให้มวลน้ำจากแม่น้ำน่านไหลเข้ามาสมทบกับแม่น้ำเจ้าพระยาเพิ่มสูงขึ้นแต่อย่างไรก็ตามประมาณฝนที่ตกลงมาส่งผลให้เกษตรกรในพื้นที่โดยเฉพาะชาวนามีปริมาณน้ำเพียงพอต่อการปลูกข้าวในการทำนาปี
นายสุเทพ กล่าวว่า การลดการปล่อยน้ำส่งผลดีให้เขื่อนสิริกิติ์ สามารถเก็บกักน้ำได้เพิ่มขึ้นจากเดิมอีกเฉลี่ยวันละ1-2ล้าน ลบ.เมตร แต่ยังเป็นปริมาณที่น้อยมากจากที่คาดการณ์ว่าในเดือนกันยายนจะสามารถเก็บกักน้ำวันได้ละ30ล้าน ลบ.เมตร แต่ความเป็นจริงมีปริมาณน้ำไหลเข้าเพียงเฉลี่ยวันละ15ล้าน ลบ.เมตร ล่าสุดเขื่อนสิริกิติ์มีปริมาณน้ำ4,179ล้าน ลบ.เมตร หรือร้อยละ44เป็นน้ำที่สามารถใช้งานได้จริง1,329ล้าน ลบ.เมตร ซึ่งมีปริมาณต่ำกว่าปีที่ผ่านมาในช่วงเวลาเดียวกันถึง1,012ล้าน ลบ.เมตร
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าขณะที่เกษตรกรกลุ่มผู้เลี้ยงปลาในกระชัง ต.วังกะพี้ อ.เมืองอุตรดิตถ์ ซึ่งถือว่าเป็นกลุ่มใหญ่ที่สุด แม้เขื่อนสิริกิติ์จะลดการปล่อยน้ำระดับ4.5ล้าน ลบ.เมตร ยังไม่กระทบต่อการเลี้ยงปลา แต่ปริมาณฝนที่ตกมาแม้จะทำให้ระดับน้ำท้ายเขื่อนเพิ่มสูงขึ่้น แต่ส่งผลทำให้น้ำมีสีแดงขุ่นเพราะเป็นแม่น้ำสาขา ไหลจากภูเขามาสมทบแม่น้ำน่าน ทำให้โคลนที่ไหลมากับน้ำติดเหงือกปลา หายใจติดขัด ไม่ยอมกินอาหาร และเริ่มตาย เฉลี่ยตายวันละ20-30กิโลกรัม โดยเฉพาะปลากดคังที่ราคาสูงกิโลกรัมละ100บาท หากตาย1ตัว สูญเงินไปมากถึง500บาท หากน้ำยังขุ่นแดง ต้องเร่งจับปลาที่พอได้ขนาดขาย แม้พ่อค้าแม่ค้าจะกดราคาก็ยมอดีกว่าปล่อยปลายลอยตาย




