ที่ รร.โกลเดน ทิวิลป ซอฟเฟอรีน เมื่อวันที่ 17 กันยายนที่ผ่านมา “บังยี” วรวีร์ มะกูดี
นายกสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ เป็นประธานในการประชุมใหญ่พิเศษ สมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ พร้อมด้วยสโมสรสมาชิกจำนวน 66 ทีมร่วมประชุม โดยมี มานิตย์ วัฒนสาร ตัวแทนจากการกีฬาแห่งประเทศไทย หรือ กกท. ร่วมสังเกตุการณ์ โดยการประชุมมีวาระคือ พิจารณาข้อบังคับฯ พ.ศ.2558 (แก้ไขปรับปรุงให้เป็นไปตามที่กำหนดในพระราชบัญญัติการกีฬาแห่งประเทศไทย พ.ศ.2558), แต่งตั้งคณะกรรมการการเลือกตั้ง และคณะกรรมการอุทธรณ์, ที่มาของเสียงดิวิชั่น 2 ที่มีสิทธิ์เลือกตั้ง
ทันทีที่เริ่มการประชุม “เสี่ยหม่อง” ณฐภณ ปัญญาคณานุกูล ประธานสโมสรพัทยา เอฟซี ได้ขอคำชี้แจงกับ “บังยี” ว่าตามข้อบังคับฯ สมาคมฟุตบอลฯ ต้องส่งหนังสือเชิญสโมสรสมาชิกเข้าร่วมการประชุมไม่น้อยกว่า 30 วัน แต่บางทีมกลับไม่ได้รับหนังสือหรือได้ล่าช้ากว่า 30 วัน ขณะเดียวกัน “บิ๊กหอย” ธวัชชัย สัจจกุล ผู้ท้าชิงตำแหน่งนายกสมาคมฟุตบอลฯ ได้ลุกขึ้นสอบถาม “บังยี” ถึงประเด็นที่มาของเสียงดิวิชั่น 2 ที่มีสิทธิ์เลือกตั้ง พร้อมถามตัวแทนจาก กกท. ที่ร่วมสังเกตุการณ์
มานิตย์ ตัวแทน กกท. กล่าวว่าการกีฬาฯ มาร่วมสังเกตุการณ์เท่านั้น หากสโมสรสมาชิกเห็นว่าสมาคมฯ ดำเนินการขัดกับข้อบังคับฯ ก็สามารถดำเนินการฟ้องร้องได้ โดยที่ กกท. ที่ร่วมสังเกตุการณือยู่จะนำเรื่องชี้แจงกับผู้ว่าการ กกท. ต่อไป พร้อมยืนยันว่า กกท. ไม่มีอำนาจในการตัดสินการประชุมของสมาคมกีฬาฯ
ทั้งนี้เหตุการณ์ค่อนข้างวุ่นวายเนื่องจาก “บังยี” ยืนยันว่าจะดำเนินการขอมติที่ประชุมเพื่อให้รับรองข้อบังคับฯ ฉบับใหม่ รวมถึงที่มาของเสียงดิวิชั่น 2 ที่มีสิทธิ์เลือกตั้งให้ใช้วิธีตัวแทนแต่ละโซนโหวตเลือกกันเองโซนละ 5 ทีม แทนการคัดเลือกทีมอันดับ 1-5 ของเลกแรก ปรากฎว่าใช้เวลาเพียง 5 นาทีในการขอมติ ซึ่งมีเสียงรับรอง 58 เสียง จึงถือว่า “มติผ่าน” ทำให้การเลือกตั้งนายกสมาคมฟุตบอลฯ จะมีขึ้นในวันที่ 17 ตุลาคม 2558 ด้วยจำนวน 72 เสียง ประกอบไปด้วย โตโยต้า ไทยพรีเมียร์ลีก 18 เสียง, ดิวิชั่น 1 จำนวน 18 เสียง (ยึดผลงานหลังจบวันที่ 27 กันยายน โดยทีมอันดับ 19-20 ไม่มีสิทธิ์เลือกตั้ง), ดิวิชั่น 2 จำนวน 30 เสียง และทีมจากถ้วยพระราชทาน ประเภท ข, ค, ง 6 เสียง รวมทั้งสิ้น 72 เสียง
“บังยี” กล่าวภายหลังว่า การประชุมวันนี้ถือว่าลุล่วงด้วยดี ซึ่งเราทำตามกฎหมายทุกอย่าง จึงยืนยันว่าเป็นไปอย่างยุติธรรมและโปร่งใส ซึ่งผมยังมั่นใจว่าการเลือกตั้งครั้งนี้จะได้รับเลือกให้เป็นนายกสมาคมฟุตบอลฯ อีกสมัย เนื่องจากที่ผ่านมามีการจัดการที่ดีและผลงานของ ทีมชาติไทย เป็นสิ่งที่ตอบโจทย์ได้ดี
ด้าน “บิ๊กหอย” กล่าวว่าสิ่งที่ตนเองข้องใจนั้นคือเสี่ยงของดิวิชั่น 2 ที่มีสิทธิ์เลือกตั้ง เพราะตามข้อบังคับเดิมที่ให้สิทธิ์ทีมอันดับ 1-5 ของการแข่งขันในเลกแรก 6 โซน โซนละ 5 ทีม รวมเป็น 30 ทีม แต่วันนี้กลับมาแค่ 9 ทีมเท่านั้น ซึ่งหลังจากนี้จะปรึกษาทนายความและจะทำการฟ้องร้องแน่นอน ส่วนการลงเลือกตั้งยืนยันว่าจะลงสมัครเหมือนเดิมแม้จะเสียเปรียบก็ตาม




