วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

รวบหนุ่มวัย31ตระเวนฉกทรัพย์ใต้เบาะรถจยย.

รวบหนุ่มวัย 31 ตระเวนลักทรัพย์ชาวบ้าน ขณะมาวิ่งออกกำลังกาย ย่านวงเวียนใหญ่ และสวนสาธารณะใต้สะพานพระปกเกล้า รับสารภาพทำมาแล้วกว่า20ครั้ง

พล.ต.ต.ฤชากร จรเจวุฒิ ผบก.น.8  พ.ต.อ.ณัฏฐ์พัชร์ ผดุงจันทน์ ผกก.สน.บุปผาราม และ พ.ต.ท.ดร.ปราโมทย์ จันทร์บุญแก้ว สว.สส.สน.บุปผาราม ร่วมกันแถลงข่าวจับกุม นายนิติ หรือ แป๊ะ พยัคฆวรรณ อายุ 31 ปี ผู้ต้องหาลักทรัพย์ในเวลากลางคืน โดยทำอันตรายสิ่งกีดกั้นสำหรับคุ้มครองบุคคลหรือทรัพย์ฯ โดยใช้ยานพาหนะเพื่อสะดวกในการกระทำผิดหรือการพาทรัพย์นั้นไป พร้อมของกลาง เงินสด 1,820 บาท โทรศัพท์มือถือ 1 เครื่อง กระเป๋าสตางค์ 1 ใบ และ รถ จยย.ยี่ห้อยามาฮ่า สีแดงดำ ทะเบียน วลธ 112 กรุงเทพมหานคร โดยจับกุมตัวได้ขณะกำลังใช้มือล้วงใต้เบาะรถ จยย.ของผู้เสียหายที่มาวิ่งออกกำลังกายบริเวณลานพระรูปพระเจ้าตากสินวงเวียนใหญ่ ถนนอินทรพิทักษ์ แขวงบางยี่เรือ เขตธนบุรี กทม.

พล.ต.ต.ฤชากร กล่าวว่า การจับกุมครั้งนี้ สืบเนื่องจากในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมา มีผู้เสียหายซึ่งเป็นบรรดาคนรักสุขภาพ จำนวน 7 ราย เข้าแจ้งความพนักงานสอบสวน สน.บุปผาราม ว่า ถูกคนร้ายลักทรัพย์สินบริเวณใต้เบาะรถ จยย.ที่นำมาจอดไว้บริเวณวงเวียนใหญ่ และสวนสาธารณะใต้สะพานพระปกเกล้า ขณะไปวิ่งออกกำลังกายได้ของกลางไปหลายรายการ เมื่อทำการตรวจสอบแผนประทุษกรรม และแกะรอยหาเบาะแสจากกล้องวงจรปิดแล้ว ฝ่ายสืบสวน สน.บุปผาราม จึงนำกำลังไปดักซุ่มตามจุดที่มักเกิดเหตุ กระทั่งเวลา 18.45 น. วันที่ 12 ก.ย. นายนิติ ได้ขับขี่ รถ จยย.ย้อนกลับมาก่อเหตุอีกครั้งที่ลานพระรูปพระเจ้าตากสินวงเวียนใหญ่ เจ้าหน้าที่จึงรอเวลาให้นายนิติ ลงมือสำเร็จ จากนั้น ร.ต.อ.อดุลย์ศิริ วงศ์ตันกาศ รอง สว.สส.สน.บุปผาราม ที่นำกำลังไปดักซุ่มจึงตัดสินใจกระโดดเข้าชาร์ตตัวไว้ได้แบบทันควันก่อนที่ นายนิติ จะหลบหนี

จากการสอบสวน นายนิติ ให้การรับสารภาพว่า ก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 7 ก.พ.57 เคยถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.บางขุนเทียน จับกุมข้อหาลักทรัพย์ใต้เบาะรถ จยย.มาแล้ว 1 ครั้ง ถูกศาลตัดสินจำคุก 1 ปี 6 เดือน แต่ได้รับอภัยโทษเหลือจำคุก 9 เดือน ออกจากเรือนจำมาเมื่อเดือน พ.ย.57 ก็มายึดอาชีพขับ รถ จยย.รับจ้าง แต่รายได้ไม่พอใช้เลี้ยงลูก 3 คน ประกอบกับภรรยาก็ถูกจับข้อหาค้ายาบ้า ต้องอุปการะลูกๆ เพียงลำพัง จึงตัดสินใจตระเวนขับ รถ จยย.ไปลักทรัพย์สินใต้เบาะรถผู้เสียหายตามสวนสาธารณะอีก โดยตั้งแต่ออกจากคุกมาก่อเหตุแล้วประมาณ 20 ครั้ง ทั้งในท้องที่ สน.บุปผารามและใกล้เคียง ได้เงินสดมากบ้างน้อยบ้าง ส่วนโทรศัพท์มือถือจะนำไปขายที่ร้านรับซื้อมือสองแถวบ้านย่านถนนประชาอุทิศ  เขตทุ่งครุ เพื่อนำไปใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน

ด้าน พ.ต.ท.ดร.ปราโมทย์ กล่าวว่า อยากฝากเตือนไปถึงพี่น้องประชาชนที่นำยานพาหนะโดยเฉพาะ รถ จยย.ไปจอดตามสวนสาธารณะเพื่อออกกำลังกาย ขอให้นำทรัพย์สินติดตัวไปตามสมควรโดยเฉพาะเอกสารประจำตัว บัตรประชาชน และบัตรเอทีเอ็ม ไม่ควรเก็บไว้คู่กัน เนื่องจากที่ผ่านมามีผู้เสียหายคดีนี้ 2 ราย ใช้ พ.ศ.เกิดเป็นรหัสบัตรเอทีเอ็ม ทำให้ นายนิติ คาดเดาเอาไปกดเงินสดออกมาได้ รายแรกสูญเงินสดไป 1,000 บาท รายที่สองสูญเงินสดไป 7,000 บาท ถ้าหากเลี่ยงไม่ได้จริงๆ ก็ขอให้นำยานพาหนะไปจอดไว้ในจุดที่ไม่ลับตา เพราะหากเผลออาจทำให้ตกเป็นเหยื่อของคนร้ายได้ในเวลาไม่ถึง 1 นาที

ต่อมามีผู้เสียหายประมาณ 10 ราย เดินทางมาชี้ตัวและดูของกลาง ปรากฏว่า มี นายพิชัย ศรีหะจันทร์ อายุ 37 ปี ซึ่งเคยตกเป็นเหยื่อถูกคนร้ายล้วงเอาทรัพย์สินใต้เบาะ รถ จยย.ไปถึง 2 ครั้ง สูญเงินไปกว่า 4,500 บาท ระงับอารมณ์ไว้ไม่อยู่ใช้หลังมือตบหน้า นายนิติ ไป 1 ครั้ง ทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจต้องเข้าห้ามปรามกันจ้าละหวั่น อย่างไรก็ตาม ผบก.น.8 ได้สั่งการให้พนักงานสอบสวนนำตัว นายพิชัย ไปอบรมและเปรียบเทียบปรับฐานทำร้ายร่างกายด้วย จำนวน 100 บาท เพื่อไม่ให้เป็นเยี่ยงอย่างต่อผู้เสียหายรายอื่นๆ ต่อไป