เจ้าของร้านตัวจริง ปัดเข้าใจผิด ลั่นเอาผิด'พ.ต.ท.'เบ่งกินฟรี

เจ้าของร้านตัวจริง แจงน้องชายอยากช่วย "พ.ต.ท." เบ่งกินฟรี ยันไม่ใช่เรื่องเข้าใจผิด วงจรปิดจับภาพข่มขู่และทำร้าย ต้องดำเนินคดีให้ถึงที่สุด
จากกรณี พล.ต.ท.พิสัณห์ จุลดิลก ผบช.ภ 3 เปิดเผยเกี่ยวกับคำสั่งที่ให้ พ.ต.ท.ปราการ กอปรสิริพัฒน์ สว.สส.สภ.คง จ.นครราชสีมา ออกจากราชการไว้ก่อน เพื่อรอผลการสอบสวนในเรื่องที่ไปทำร้ายร่างกาย แคชเชียร์ร้าน ส.สุนทร ถนนช้างเผือก อ.เมือง จ.นครราชสีมา หลังจากเข้าไปทานก๋วยเตี๋ยว และดื่มเบียร์ แล้วไม่ได้จ่ายเงินให้ทางร้าน 3 วันติดต่อกัน ตามที่ปรากฏเป็นข่าวครึกโครมมาแล้วนั้น
ความคืบหน้าเมื่อวันที่ 6 ก.ย.ผู้สื่อข่าวเดลินิวส์รายงานว่า ได้ติดต่อสอบถามไปยังร้าน "ส.สุนทร" เพื่อขอทราบรายละเอียด และข้อเท็จจริงทางคดี แต่ปรากฏว่าทาง "เจ้าของร้าน" ได้อธิบายว่า น่าจะเป็นการเข้าใจผิดกัน โดยส่วนตัวรู้จักกับทางตำรวจคู่กรณีเป็นอย่างดี โดยวันเกิดเหตุ เจ้าของร้านไม่อยู่ ทำให้ทางเด็กลูกจ้างและแคชเชียร์ร้าน ที่เพิ่งรับเข้ามาทำงานใหม่ ไม่ทราบว่าต้องดูแลอย่างไร จึงเกิดเรื่องดังกล่าวขึ้น หลังเกิดเหตุทางร้านรู้สึกลำบากใจเป็นอย่างมาก ต่อไปจะไม่ขอให้ข่าวใด ๆ อีก
เจ้าของร้าน เผยเอาผิดตำรวจเบ่งกินฟรี ไม่มียอมความ
ความคืบหน้ากรณี พันตำรวจโทปราการ กอปรสิริพัฒน์ หรือสารวัตรต้น สารวัตรสืบสวนสอบสวน สถานีตำรวจภูธรคง จ.นครราชสีมา พร้อมเพื่อนอีก 2 คนมีพฤติกรรมเสื่อมเสีย ต่อวงการข้าราชการตำรวจ ในลักษณะไปกล่าวอ้างอวดเบ่งกินอาหารฟรี และร่วมกันทำร้ายร่างกายพนักงานในร้านอาหารจนได้รับบาดเจ็บสาหัสดั้งจมูกหัก โดยเหตุเกิดภายในร้านอาหาร ส.สุนทร ถนนช้างเผือก ตำบลในเมือง อำเภอเมืองนครราชสีมา เมื่อคืนวันที่ 31 สิงหาคม 2558 ที่ผ่านมา และมีทีท่าว่าจะเป็นข่าวเข้าใจผิดกัน เนื่องจากมีผู้โพสลงในเฟชบุ๊ค ใช้ชื่อว่า “วรชิต แพงไพรี” โดยอ้างว่าเป็นเจ้าของร้าน ส.สุนทร ซึ่งเป็นผู้ที่อนุญาตให้ตำรวจนายนี้เข้ามาทานอาหารฟรี เพราะรู้จักคุ้นเคยกันดี แต่ไม่ได้บอกให้พนักงานในร้านทราบก่อน จึงเป็นการเข้าใจผิดกันเท่านั้น”
ล่าสุดวันนี้ (7 ก.ย. 58) ผู้สื่อข่าวได้โทรศัพท์ติดต่อสอบถามนายสุนทร แพงไพรี เจ้าของร้าน ส.สุนทร ซึ่งได้ยืนยันว่า ผู้ที่แอบอ้างว่าเป็นเจ้าของร้านดังกล่าว คือน้องชายของตนเอง ซึ่งไม่ได้เป็นเจ้าของร้านที่แท้จริง แต่อาจจะรู้จักกับสารวัตรต้นมาก่อน โดยตนยืนยันว่าเรื่องนี้ไม่มีการเข้าใจผิดกันแน่นอน เพราะภาพจากกล้องวงจรปิดบันทึกให้เห็นพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม ที่พันตำรวจโทปราการ เข้ามาทำร้ายร่างกายพนักงานในร้าน
ตนได้โทรศัพท์ไปคุยกับนายวรชิต แพงไพรี น้องชายแล้ว ซึ่งน้องชายก็ยอมรับว่ารู้จักกับสารวัตรต้นจริง โดยครั้งแรกได้โพสลงในเฟชบุ๊คส่วนตัว เพราะเห็นว่าเป็นคนรู้จักกันจึงอยากจะช่วย แต่เมื่อเห็นภาพคลิปวิดีโอแล้วก็รู้ว่าเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องเล็กๆ แล้วผู้หญิงที่ไปกับสารวัตรต้น ก็ได้นำโพสดังกล่าวมาแชร์ต่อ ซึ่งการทำร้ายร่างกายพนักงานแคชเชียร์ของร้าน จนดั้งจมูกหัก ต้องไปรักษาตัวที่โรงพยาบาลกว่า 45 วันนี้ ถือว่าเป็นเรื่องร้ายแรง ตนจะไม่ยอมความแน่นอน จะต้องมีการดำเนินคดีตามกฎหมายให้ถึงที่สุด โดยขณะนี้ได้ให้ทนายความของร้าน ไปแจ้งความที่ สภ.เมืองนครราชสีมา เรียบร้อยแล้ว
ด้าน พล.ต.ต.ฐากูร นัทธีศรี ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครราชสีมา เปิดเผยว่า คดีนี้อยู่ในระหว่างการดำเนินการสอบสวนผู้ที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นเจ้าของร้าน พนักงานร้าน ผู้ที่ก่อเหตุ และพยานแวดล้อม แต่อย่างไรก็ตามทางเจ้าของร้านจะแจ้งความอย่างไร ก็เป็นสิทธิ์ของเจ้าของร้าน ซึ่งตนยืนยันว่าจะให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่ายแน่นอน.







