ศูนย์ฝึกกีฬาเรือพายแห่งชาติ ที่จ.ระยอง มูลค่า 70 ล้านบาทลงตัว ได้งบจาก กกท.
รวมทั้งบริษัทรับเหมาเรียบร้อย คาดเปิดใช้งานได้ปลายปีหน้า
น.อ.ปารัช รัตนไชยพันธ์ รองเลขาธิการสมาคมเรือพายแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า หลังจากที่สมาคมส่งนักกีฬาแคนู-คยัค เดินทางไปแข่งขันรายการชิงแชมป์โลกที่เมืองมิลาน ประเทศอิตาลี เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ปรากฏว่า ประเภทคยัค 2 คนชาย เกษมสิทธิ์ บริบูรณ์วสินธุ์ และชาญฤทธิ์ ฉากเขียน ทำผลงานไม่ดีนักได้แค่อันดับ17 ส่วนแคนู 1 คนหญิง อรสา เที่ยงกระโทก ได้อันดับ 22 ขณะที่ประเภทคนพิการของ สุรเดช น้ำเต้าทอง ได้อันดับ 14 และคยัค 2 คน หญิง วรพร บุญยู่ฮง กับชญานิน ศรีพดุง ไม่ผ่านเข้ารอบชิงชนะเลิศ
ทั้งนี้ ผลงานของนักกีฬาประเภทแคนู-คยัค ก่อนไปไม่ได้คาดหวังและผลงานที่ออกมายังไม่ดีพอ แต่สำหรับ แคนูหญิง นั้น อรสา เที่ยงกระโทก ถือเป็นดาวรุ่งที่น่าจับตามองเพราะสร้างผลงานจนผ่านเข้าถึงรอบชิงชนะเลิศได้ส่วนสุรเดช น้ำเต้าทอง ที่เป็นนักกีฬาคนพิการถือว่าทำได้ดี โดยอันดับ 1-6 ได้โควตาไปพาราลิมปิกเกมส์ 2016 ที่บราซิลแล้ว ถือว่าไทยยังมีโอกาสใน 4 โควตาที่เหลือซึ่งจะชิงชัยในปีหน้า โดยจะต้องเป็นที่ 1 ของเอเชีย เพื่อที่จะมีโอกาสคว้าโควตา หลังจากนี้ทีมแคนู-คยัคจะเดินทางไปชิงแชมป์เอเชียที่เมืองปาเลมบัง ประเทศอินโดนีเซีย ระหว่างวันที่ 3-5 ตุลาคม
นอกจากนี้ สมาคมได้ส่งนักกีฬาเรือยาวสากลเดินทางไปแข่งขันชิงแชมป์โลกที่แคนาดา แล้วสร้างผลงานที่ยอดเยี่ยมคว้ามาได้ 6 ทอง 1 เงิน และ 4 ทองแดงนั้น น.อ.ปารัช กล่าวว่า ผลงานที่ทำได้ถือว่ารักษามาตรฐานได้ดี เพราะครั้งแรกที่ฮังการี ไทยได้ 5 เหรียญทอง แต่ครั้งนี้สามารถเอาชนะทีมเก่งๆ อย่างจีนมาได้ ส่วนคู่แข่งที่สำคัญในเอเชียยังเป็นหน้าเดิมๆ คือ จีน และฟิลิปปินส์
รองเลขาธิการสมาคมเรือพาย ยังกล่าวถึงเรื่องโครงการสร้างศูนย์ฝึกสมาคมเรือพายด้วยว่า สมาคมได้รับงบประมาณสนับสนุนจากการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) 70 ล้านบาท และสรรหาบริษัทผู้รับเหมาไว้เรียบร้อยแล้ว โดยมีการเซ็นสัญญา 1 ปี เริ่มสร้างทันทีที่คลองบางไผ่ จ.ระยอง ส่วนหลักๆ ประกอบด้วย อาคารที่พักนักกีฬา ซึ่งสมาคมต้องหาส่วนอื่นๆ มาเสริมเพิ่มเติมอีก คาดว่าปลายปี 2559 จะสามารถเริ่มใช้ได้อย่างเป็นทางการ เมื่อสร้างศูนย์ฝึกดังกล่าวเสร็จแล้วจะให้นักกีฬาเรือพายทุกชนิดเข้ามาฝึกซ้อมร่วมกันทั้งหมด





