วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

รวบ'พล.ต.ท.เก๊'คาบ้านพัก 'เมีย-ลูก'อึ้งถูกหลอกกว่า20ปี

ตำรวจภาค3 รวบ "พลตำรวจโทเก๊" พร้อมอาวุธปืนเพียบ ตะลึงหลอกลูกเมีย ว่าเป็นตำรวจระดับสูงมานานกว่า 20 ปี

พันตำรวจเอกธรรมนูญ ฉิมวงษ์ ผู้กำกับการสืบสวนสอบสวน 2 กองบังคับการสืบสวนสอบสวนตำรวจภูธรภาค 3 ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจสืบสวนสอบสวน 2 กองบังคับการสืบสวนสอบสวนตำรวจภูธรภาค 3 ได้ทำการจับกุมนายภูมิพัฒน์ (สงวนนามสกุล) อายุ 47 ปี ชาวอำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมาผู้ต้องหาแต่งกายเครื่องแบบตำรวจโดยไม่มีสิทธิ์พร้อมด้วย อาวุธปืนพกขนาดต่าง ๆ จำนวน 12 กระบอก , ลูกกระสุนปืนขนาดต่าง ๆ หลายร้อยนัด , วิทยุสื่อสาร , เสื้อกันกระสุน และหมวกแก๊ปของนายตำรวจจำนวน 3 ใบ

โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจได้สืบทราบว่า นายภูมิพัฒน์ ผู้ต้องหา ได้แต่งกายชุดตำรวจยศพลตำรวจโทและนำภาพไปโพสต์ลงในเฟสบุ๊คที่ใช้ชื่อหลายชื่อ เช่น Phum Loed, ภูมิพัฒน์ เลิศพร้อม กับแอบอ้างบรรยายในเฟสบุ๊คว่า เป็นเพื่อนร่วมรุ่นนักเรียนนายร้อยตำรวจกับผู้บังคับบัญชาระดับสูงหลายราย และหลายครั้ง นายภูมิพัฒน์ยังแต่งกายยศพลตำรวจโท ไปร่วมงานพิธีต่างๆ หลายงาน ทำให้ประชาชนทั่วไปเข้าใจผิดคิดว่า เป็นนายตำรวจยศพลตำรวจโทจริง

ซึ่งต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจได้สืบสวนและทราบว่า นายภูมิพัฒน์ ผู้ต้องหา ไม่ได้เป็นข้าราชการตำรวจแต่อย่างใด จึงวางแผนจับกุมตัวนายภูมิพัฒน์ได้ภายในบ้านพักแห่งหนึ่ง พร้อมขยายผลตรวจยึดอาวุธปืน เครื่องกระสุน และยุทธภัณฑ์ได้อีกจำนวนมาก

จากการสอบสวน นายภูมิพัฒน์ ผู้ต้องหาให้การว่า ตนเองไม่ได้เป็นตำรวจจริงแต่อย่างใด แต่ชื่นชอบเครื่องแบบตำรวจมาตั้งแต่เด็กและสิ่งที่สร้างความตกใจให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจมากที่สุด เมื่อพบว่า ภรรยาและลูกสาวทั้ง 2 ของนายภูมิพัฒน์ก็ถูกหลอกและทุกคนเชื่อว่า นายภูมิพัฒน์เป็นตำรวจจริงมานานกว่า 20 ปี โดยแท้จริงแล้วนายภูมิพัฒน์ มีอาชีพค้าขายพระเครื่อง แต่หลอกครอบครัวมาตลอดว่า รับราชการตำรวจ ซึ่งครอบครัวของนายภูมิพัฒน์ ก็หลงเชื่อว่า เป็นตำรวจจริงมานานกว่า 20 ปี

โดยภรรยาได้แต่งงานกับนายภูมิพัฒน์มานาน 25 ปี มีลูกสาวด้วยกันสองคน อายุ 25 ปี และ 22 ปี ซึ่งตลอดเวลาที่อยู่ด้วยกัน ครอบครัวทุกคนเชื่อว่า นายภูมิพัฒน์เป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจจริง ๆ มาโดยตลอด

เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ตำรวจได้แจ้งข้อหา นายภูมิพัฒน์ในข้อหาแต่งกายเครื่องแบบตำรวจ โดยไม่มีสิทธิ์ครอบครองอาวุธปืนผิดมือ ครอบครองอาวุธปืนไม่มีทะเบียน และครอบครองเครื่องกระสุนโดยไม่ได้รับอนุญาต นอกจากนี้ ชุดสืบสวนกำลังขยายผลว่า ผู้ต้องหารายนี้เคยแต่งกายเครื่องแบบตำรวจไปหลอกลวงใครมาแล้ว หรือไม่ เพื่อจะได้ดำเนินคดีเพิ่มเติมต่อไป