วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

รวบ'เบน สี่สูบ'ทวงหนี้ดอกเบี้ยโหด

รวบ"เบน สี่สูบ"ทวงหนี้ดอกเบี้ยโหด เหยื่อกู้ 8 หมื่น จ่ายรวมดอกกว่า 1.5 ล้าน

พ.ต.อ.อังกูร คล้ายคลึง รองผบก.ปคบ. พร้อมด้วย พ.ต.อ.สหภัส กายขำสุทธิกุล ผกก.สน.คันนายาว และเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน สน.คันนายาว ร่วมกันแถลงผลจับกุม นายอัมพร พูลสมบัติ ฉายาเบน สี่สูบ อายุ 34 ปี อยู่บ้านเลขที่ 23 ซอยวัดพิชัยญาติ ถนนอิสรภาพ แขวงสมเด็จเจ้าพระยา เขตคลองสาน กทม. ตามหมายจับศาลอาญาเลขที่ 1782/2558 ลงวันที่ 18 ส.ค. 2558 ซึ่งเป็นสมาชิกแก๊งแอลโอรส แก๊งค้ายาเสพติดชื่อดัง พร้อมของกลาง เงินสด จำนวน 10,000 บาท โทรศัพท์มือถือยี่ห้อซัมซุง จำนวน 1 เครื่อง นาฬิกาซัมซุง รุ่น GEAR2 จำนวน 1 เรือน และรถจักรยานยนต์ยี่ห้อยามาฮ่า รุ่น YZF-R15 สีขาว-น้ำเงิน ทะเบียน กฐ 9510 กทม. โดยสามารถจับกุมได้ภายในหมู่บ้านชวนชื่นไพรเวท ซอยคู้บอน27 แยก13 แขวงท่าแล้ง เขตบางเขน กทม. 

พ.ต.อ.อังกูร กล่าวว่า การจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องจาก ผู้เสียหายรายหนึ่งได้เข้าร้องเรียนว่าเมื่อเดือน พ.ย. - ธ.ค. 2556 ได้ไปทำการกู้ยืมเงินนอกระบบจากนายทุนคนหนึ่ง เป็นเงินจำนวน 80,000 บาท โดยต้องจ่ายดอกเบี้ย อัตราร้อยละ 2 บาทต่อวัน ซึ่งผู้เสียหายได้จ่ายดอกเบี้ยวันละ 1,600 บาท เป็นระยะเวลา 2 ปี รวมเป็นเงินจำนวน 1,552,000 บาท ต่อมาผู้เสียหายมีปัญหาด้านการเงินทำให้ไม่สามารถจ่ายค่าดอกเบี้ยได้อีก จึงถูกนายอัมพรตามข่มขู่เรื่อยมา 

“เมื่อวานนี้(18 ส.ค.) ผู้เสียหายได้โทรศัพท์แจ้งตำรวจอีกว่า นายอัมพร จะเข้ามาเก็บเงินที่บ้าน เจ้าหน้าที่จึงไปทำการตรวจสอบ พบนายอัมพรขับขี่รถมอเตอร์ไซค์ภายในหมู่บ้านของผู้เสียหาย จึงเข้าทำการจับกุม เมื่อตรวจสอบประวัตินายอัมพร พบว่ามี ฉายาเบน สี่สูบ ซึ่งอยู่สังกัดแก๊งแอล โอรส นักค้ายาเสพติดชื่อดัง เคยต้องโทษคดีจำหน่ายยาเสพติด ติดคุกมาแล้วถึง 3 ปี ปัจจุบันออกมาปล่อยเงินกู้นอกระบบ และรับจ้างทวงหนี้ให้กับนายทุนใหญ่ระดับต้นๆของประเทศ ถือได้ว่าเป็นเงินกู้ดอกเบี้ยโหด” พ.ต.อ.อังกูร กล่าว      

สอบสวนนายอัมพร ให้การรับสารภาพว่า ได้ร่วมกับนายปอง ไม่ทราบชื่อและนามสกุลจริง ซึ่งเช่าบ้านอยู่ย่านอินทรพิทักษ์ เพื่อทำเป็นสำนักงานปล่อยเงินกู้นอกระบบให้กับบุคคลทั่วไป และได้ทำการปล่อยเงินกู้นอกระบบให้กับผู้เสียหายคนดังกล่าวจริง แต่ได้ลาออกจากสำนักงานดังกล่าวแล้ว อีกทั้งไม่เคยอยู่ในแก๊งแอลโอรส รู้จักเพียงแค่ชื่อ และเคยเจอกันตอนอยู่ในเรือนจำเท่านั้น แต่ไม่เคยยุ่งเกี่ยวกันเลย 

เบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่แจ้งข้อหา “กรรโชกทรัพย์” “ร่วมกันประกอบธุรกิจให้บริการสินเชื่อส่วนบุคคลโดยไม่ได้รับอนุญาตจากรัฐมนตรี” และ“ร่วมกันเรียกดอกเบี้ยเกินกว่าอัตราที่กฎหมายกำหนด” ก่อนส่งพนักงานสอบสวน สน.คันนายาว ดำเนินคดีตามกฎหมาย