วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ผบ.ตร.วอนวินจยย.รับชายต้องสงสัยให้ข้อมูล

"พล.ต.อ.สมยศ" ผบ.ตร. วอนวินจยย.รับชายต้องสงสัยให้ข้อมูล ระบุอาจออกหมายจับตามภาพ เทียบเหตุชายแดนใต้-อิหร่านขนระเบิด ซ.ปรีดีพนมยงค์

สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) เมื่อเวลา 12.00 น. วันที่ 18 สิงหาคม พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผบ.ตร. กล่าวภายหลังร่วมประชุมกับฝ่ายความมั่นคงกรณีเหตุระเบิดที่ศาลพระพรหม แยกราชประสงค์ ว่า ช่วงเช้าที่ผ่านมา พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายความมั่นคง และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้เรียกประชุมเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงทั้งทหาร ตำรวจ ที่กรมทหารราบที่ 1 มหาดเล็กรักษาพระองค์ (ร.1 รอ.) ถนนวิภาวดี-รังสิต เพื่อประเมินสถานการณ์เหตุการณ์ระเบิดบริเวณแยกราชประสงค์เมื่อช่วงหัวค่ำวันที่ 17 ส.ค.ที่ผ่านมา ทั้งนี้ เพื่อกำหนดแนวทางและวิธีปฏิบัติหลังจากนี้ โดย พล.อ.ประวิตร ได้สั่งการกำชับให้หน่วยงานของรัฐทุกหน่วยประชุมหารือกำหนดแนวทางให้ความช่วยเหลือดูแลประชาชน ทั้งคนไทยและนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่เข้ามาในประเทศไทย ซึ่งได้พูดคุยหารือถึงมาตราการต่างๆเพื่อให้เกิดความมั่นใจในการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ที่จะสามารถดูแลนักท่องเที่ยวต่างชาติและประชาชนได้ 

 พล.ต.อ.สมยศ กล่าวอีกว่า ในที่ประชุมได้กำหนดให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงทั้งทหารและตำรวจ สนธิกำลังทั้งในและนอกเครื่องแบบดำเนินการตั้งด่านตรวจค้นอาวุธและบุคคลต้องสงสัยมากขึ้น เพื่อเฝ้าระวังและเพิ่มความมั่นใจแก่ประชาชน ขณะที่ความคืบหน้าทางการสืบสวนสอบสวนนั้น เจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำกล้องวงจรปิดในบริเวณโดยรอบที่เกิดเหตุมาตรวจสอบ พบบุคคลต้องสงสัยว่าจะเป็นผู้ที่นำระเบิดมาวางหรือไม่นั้นต้องรอผลการสืบสวนสอบสวนต่อไป 

 “ตำรวจอยากขอความร่วมมือไปยังพี่น้องประชาชนที่ผ่านไปมาในช่วงเวลาที่เกิด หากท่านใดสามารถถ่ายภาพมุมใดก็แล้วแต่ ถ้าเห็นว่าน่าจะเป็นประโยชน์ในการสืบหาติดตามตัวคนร้าย ขอให้ประสานหรือส่งมอบให้เจ้าหน้าที่โดยด่วน เพื่อใช้เป็นแนวทางในการสืบสวน ขอให้ทุกคนช่วยกันเป็นหูเป็นตาไม่ให้เหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นอีก ซึ่งจากภาพชายต้องสงสัยที่ได้จากกล้องวงจรปิดนั้นอาจมีการแปลงใบหน้าหรือตกแต่งหน้าตา เพื่อให้เจ้าหน้าที่เข้าใจผิดหรือหลงทาง ดังนั้นในตอนนี้เจ้าหน้าที่ยังไม่ปักใจเชื่อตามภาพที่ปรากฎตามกล้องแต่อย่างใด นอกจากนี้อยากประกาศผ่านสื่อมวลชนไปยังผู้ที่ขี่รถจักรยานยนต์รับจ้าง ที่รับชายคนดังกล่าวจากบริเวณซอยมหาดเล็กหลวง ไปบริเวณถนนสีลม หากท่านได้ทราบข่าวจากสื่อแล้ว ขอให้ท่านรีบมาพบเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อให้ข้อมูลเบาะแสเพื่อสืบหาตัวคนร้าย โดยท่านต้องรีบมาพบและร่วมเป็นผู้รับผิดชอบประเทศชาติร่วมกัน เพราะข้อมูลของท่านเป็นประโยชน์ที่จะนำไปสู่การจับตัวคนร้ายมาลงโทษได้ โดยทางเจ้าหน้าที่จะปิดบังตัวท่านและดูแลความปลอดภัยอย่างเต็มที่” พล.ต.อ.สมยศ กล่าว 

พล.ต.อ.สมยศ กล่าวต่อว่า พล.อ.ประวิตร ได้ขอความร่วมมือไปยังสื่อมวลชนที่นำเสนอข่าวเกี่ยวกับเหตุการณ์ระเบิดดังกล่าว ซึ่งเป็นภาพเชิงลบที่ทำให้ประเทศเกิดความเสียหาย ขอความกรุณาใช้ดุลยพินิจในการนำเสนอ โดยเฉพาะภาพที่จะสร้างความเสียหายต่อผู้เสียชีวิต เช่น ภาพอุจาดตาไม่เหมาะสม รวมทั้งข่าวสารที่ส่งผลเชิงลบต่อประเทศ จึงขอความร่วมมือจากสื่อทุกสำนัก เนื่องจากเหตุการณ์ครั้งนี้ส่งผลกระทบต่อชีวิตประชาชน รวมถึงภาพลักษณ์ของประเทศไทย จึงขอให้คนไทยทุกคนร่วมมือกันเพื่อประเทศของเรา 

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่าเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดจากสาเหตุที่ส่งชาวอุยกูร์ให้กับประเทศจีนหรือไม่ พล.ต.อ.สมยศ ตอบว่า ผู้ต้องสงสัยอาจมีการอำพลางใบหน้า ให้ดูเหมือนว่าเป็นชาวต่างชาติ ทางเจ้าหน้าที่จึงยังไม่ปักใจเชื่อ เพราะฉะนั้นจะไม่ขอตอบคำถามกับสื่อมวลชน หากจะนำไปสู่การทำให้ประเทศเกิดความขัดแย้ง เพราะยังไม่มีหลักฐานเชื่อมโยง ส่วนการก่อเหตุครั้งนี้ทำให้มองว่าเป็นการกระทำของชาวต่างชาติ ตนขอบอกว่าไม่เคยพูดว่าเป็นการกระทำของชาวต่างชาติ จนกว่าจะมีพยานหลักฐานเพียงพอที่จะระบุแน่ชัด หรือมีการจับกุมคนร้ายได้ จึงจะสามารถบอกได้ว่าการก่อเหตุดังกล่าวมีสาเหตุมาจากอะไร 

ผู้สื่อข่าวถามอีกว่า ชายต้องสงสัยที่พบในกล้องวงจรปิด มีความสอดคล้องกับพยานหลักฐานที่เก็บได้ในจุดเกิดเหตุหรือไม่ พล.ต.อ.สมยศ ตอบว่า พยานหลักฐานที่รวบรวมได้ในจุดเกิดเหตุยังไม่มีความเกี่ยวข้องกับชาวต่างชาติ แต่อาจจะมีคนอื่นร่วมขบวนการด้วย ซึ่งต้องรอการตรวจสอบอีกครั้ง ในเบื้องต้นหากหลักฐานเพียงพอที่จะออกหมายจับชายต้องสงสัยคนดังกล่าว ก็ต้องสามารถพิสูจน์ให้ได้ว่าเป็นผู้ก่อเหตุจริง ทั้งนี้อาจมีการออกหมายจับตามภาพถ่ายก่อน และหากพบว่าผู้ต้องสงสัยเป็นชาวต่างชาติ ทางเจ้าหน้าที่จะประสานไปยังสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองใหัป้องกัน และมาตรการในการเฝ้าระวังการหลบหนีออกนอกประเทศ ส่วนกรณีที่ก่อนหน้านี้มีการแชร์ข้อความในสื่อออนไลน์ว่า จะมีการเกิดเหตุในวันเวลาดังกล่าว ตนขอให้เป็นเรื่องของพนักงานสอบสวนดำเนินการ หากพบว่ามีความเกี่ยวข้องคงมีการออกหมายเรียกเข้ามาสอบปากคำ ในส่วนของประเด็นการก่อเหตุ ทางโฆษกรัฐบาลจะเป็นฝ่ายแถลงในช่วงบ่ายของวันนี้(18 ส.ค.) 

พล.ต.อ.สมยศ กล่าวด้วยว่า ในการประชุมมีการพูดคุยเรื่องการเยียวยาผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตทั้งคนไทยและชาวต่างชาติจากเหตุการณ์ดังกล่าว ส่วนการก่อเหตุครั้งนี้มีมุ่งหวังต่อคนต่างชาติหรือคนไทยนั้น ตนคิดว่ามุ่งหวังชีวิตคนมากกว่า ทั้งนี้จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่าลักษณะการก่อเหตุของคนร้ายคล้ายกับการก่อเหตุในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนใต้ รวมถึงจะนำไปเปรียบเทียบกับคดีที่มีลักษณะคล้ายกัน โดยเฉพาะคดีเหตุระเบิดในซอยปรีดีพนมยงค์ ซึ่งผู้ก้อเหตุเป็นชาวอิหร่าน