วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

'สุขุมพันธุ์'ฟ้องแพ่ง'บ.นามยงค์ เทอร์มินัล' ขอรถดับเพลิง

"สุขุมพันธุ์"ฟ้องแพ่ง"บ.นามยงค์ เทอร์มินัล" ขอรถดับเพลิงออกมาใช้ ขอศาลช่วยไกล่เกลี่ยค่าเช่าที่จอดแหลมฉบัง

พ.ต.อ.พิชัย เกรียงวัฒนศิริ ผู้อำนวยการสำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย(สปภ.) กรุงเทพมหานคร(กทม.)กล่าวถึงความคืบหน้าการตรวจสอบสภาพรถและเรือดับเพลิงกทม. มูลค่า 6,687 ล้านบาท ภายหลังคณะอนุญาโตตุลาการระหว่างประเทศตัดสินให้ บริษัทสไตเออร์ฯ จ่ายเงิน 20.49 ล้านยูโร หรือประมาณ 800 ล้านบาทให้กับกทม.

โดยให้กทม.รับสินค้าทั้งหมด ว่า ล่าสุดคณะกรรมการได้ตรวจสอบสภาพรถและเรือดับเพลิงเสร็จเรียบร้อยแล้ว รวมถึงได้ประเมินราคาค่าซ่อมเสร็จเรียบร้อยเช่นกัน ขณะนี้อยู่ระหว่างเสนอเรื่องไปยังคณะผู้บริหารให้รับทราบ รวมถึงเสนอของบประมาณการซ่อมรถและเรือดับเพลิงทั้งหมด ซึ่งอยู่ที่ประมาณ 180-200 ล้านบาท ส่วนจะนำรถและเรือดับเพลิงที่ซ่อมเสร็จแล้วนำมาใช้งานเมื่อไหร่นั้น อยู่ที่คณะผู้บริหารเป็นผู้พิจารณา  

ด้านพล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง รองผู้ว่าฯกทม. กล่าวว่า บริษัท นามยงค์ เทอร์มินัล จำกัด (มหาชน) ได้ทำหนังสือยืนยันค่าเช่าที่จอดที่ท่าเรือแหลมฉบัง เป็นจำนวน 809 ล้านบาท ซึ่งกทม.มองว่าเป็นอัตราที่สูงเกินไป ดังนั้นจึงได้มอบหมายสำนักงานกฎหมายและคดี ไปรวบรวมรายละเอียดเอกสารและหลักฐาน เพื่อเตรียมฟ้องบริษัท นามยงค์ เทอร์มินัล จำกัด (มหาชน) ต่อศาลแพ่ง เพื่อขอนำรถดับเพลิงออกมาซ่อมบำรุงก่อนและนำมาใช้งาน ส่วนเรื่องค่าเช่าที่จอดรถนั้นหากบริษัท นามยงค์ เทอร์มินัล จำกัด (มหาชน) จะเรียกร้องในราคาดังกล่าว กทม.ก็จะขอให้ศาลช่วยไกล่เกลี่ยด้วย แต่กทม.จะพิจารณาอัตราค่าเช่าที่จอดรถจนกว่าจะมีความเหมาะสมและเป็นที่ยอมรับทั้งสองฝ่ายต่อไป

"ที่ผ่านมาได้มีการนำคณะไปพูดคุยฝ่ายบริหารของบริษัท นามยงเทอร์มินัล จำกัด ถึงข้อสรุปเรื่องค่าเช่าที่จอดที่ท่าเรือแหลมฉบัง ซึ่งผมได้ขอลดราคาร้อยละ 30 หรือ 250 ล้านบาท จาก 809 ล้านบาท จากนั้นได้พยายามต่อรองราคาลดลงมาอีกร้อยละ 50 แต่ผู้บริหารบางฝ่ายบอกว่าราคาที่ลดแล้วนั้นยังแพงเกินไป จึงยังไม่ได้ข้อสรุป ทำให้ผู้ว่าฯกทม.ตัดสินใจจะให้ศาลแพ่งช่วยไกล่เกลี่ย เพราะไม่ต้องการให้เรื่องการต่อรองราคาค่าที่จอดรถดับเพลิงเป็นประเด็นถกเถียงในสังคม ขณะเดียวกันต้องการทำให้มีความโปร่งใสมากที่สุดด้วย" พล.ต.อ.อัศวิน กล่าว  

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับรถและเรือดับเพลิงถูกจัดเก็บไว้ 4 สถานที่ ประกอบด้วย 1.ท่าเรือแหลมฉบัง แยกเป็นรถดับเพลิง 67 คัน รถดับเพลิงบรรทุกน้ำขนาด 1 หมื่นลิตร 72 คัน ซึ่งตามสัญญา กทม.จะต้องเป็นผู้รับภาระ โดยมีบริษัท นามยงค์ เทอร์มินัล จำกัด (มหาชน) เป็นผู้ดูแล 2.ท่าเรือกรุงเทพ คลองเตย เป็นสถานที่เก็บรักษาอุปกรณ์บรรเทาสาธารณภัย เป็นชุดดับเพลิงออกปฏิบัติการ ชุดดับเพลิงเคมี เครื่องช่วยหายใจจำนวน 350 ชุด เครื่องอัดอากาศเครื่องช่วยหายใจจำนวน 5 ชุด และอะไหล่อุปกรณ์อื่นๆ จำนวน 2 ตู้คอนเทนเนอร์ 3.คลังเก็บสินค้าของบริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) ที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เป็นสถานที่เก็บอะไหล่และอุปกรณ์ต่างๆ 3 หีบห่อ 4.โกดังสินค้าของบริษัท เทพยนต์ แอโรโมทีฟ อินดัสตรีส์ ต.ไทรน้อย อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี เป็นสถานที่เก็บรักษารถดับเพลิงและรถกู้ภัย 176 คัน ที่ถูกส่งมาเป็นลอตแรกเมื่อปี 2549