พนักงานรถขนเงินฉกเงินตู้เอทีเอ็ม 19 ล้านบาท สารภาพใช้วิธีหมุนเวียนเงินแบบแชร์ลูกโซ่ก่อเหตุ ด้านตำรวจเตรียมสอบสวนหาคนร่วมขบวนการ
จากกรณีที่นายสมโภชน์ โพธิ์สม พนักงานบริษัทกรุงไทยธุรกิจบริการ สาขาขอนแก่น ถูกจับกุมตัวในข้อหายักยอกทรัพย์ของบริษัทเป็นเงินรวม 19,762,200 บาท เบื้องต้นสารภาพว่าทำมาคนเดียวตั้งแต่ต้นปี 58 แล้ว จนทางบริษัทตรวจสอบพบว่ามีความผิดปกติเกี่ยวกับจำนวนเงินในตู้เอทีเอ็ม จึงรู้ว่านายสมโภชน์มีพฤติกรรมยักยอกเงินนั้น
ล่าสุด เมื่อเวลา 14.00 น.เมื่อวันที่ 2 ส.ค.58 พล.ต.ท.บุญเลิศ ใจประดิษฐ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 4 พร้อมด้วย พล.ต.ต.จิตรจรูญ ศรีวนิชย์ ผบก.ภ.จว.ขอนแก่น และ พ.ต.อ.สุภากร คำสิงห์นอก รอง ผบก.ภ.จว.ขอนแก่น ในฐานะโฆษกสำนักงานตำรวจภูธรภาค 4 พร้อมด้วยตำรวจชุดสืบสวน ตร.ภาค 4 นำตัวนายสมโภชน์ พนักงานบริษัทกรุงไทยธุรกิจบริการ สาขาขอนแก่น มาทำแผนประกอบคำรับสารภาพ ที่หน้ากองบังคับการตำรวจตระเวนชายแดนภาค 2 และถนนหลังมหาวิทยาลัยขอนแก่น ซึ่งเป็นจุดที่นายสมโภชน์ก่อเหตุยักยอกเงินของบริษัท
พ.ต.อ.สุภากร กล่าวว่า นายสมโภชน์เริ่มยักยอกเงินของบริษัทตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ครั้งละ 1-2 แสนบาท จากประสบการณ์ทำงานกว่า 15 ปี จึงรู้ช่องทางการกระทำผิด ที่ผ่านมาจึงแอบทำกุญแจสำรองทั้งของบริษัทและของเพื่อนร่วมงานไว้เพื่อใช้ก่อเหตุ โดยบริเวณหน้ากองบังคับการตำรวจตระเวนชายแดนภาค 2 จะทำทีให้เพื่อนร่วมงานลงจากรถขนเงิน เมื่ออยู่ลำพังใช้กุญแจสำรองไขแล้วยักยอกเงินซุกซ่อนไว้ในรถ ส่วนจุดที่ก่อเหตุล่าสุดเมื่อวันที่ 30 ก.ค. 58 นายสมโภชน์ขับขี่รถจักรยานยนต์มาไขตู้เอทีเอ็มหลังมหาวิทยาลัยขอนแก่นแล้วนำเงินสดออกมาจากตู้เอทีเอ็ม ก่อนที่จะหลบหนีไปยังประเทศ สปป.ลาว
“นายสมโภชน์ มีตู้เอทีเอ็ม ตามเส้นทางรับผิดชอบทั้งหมด 20 ตู้ การก่อเหตุจะแอบยักยอกเงินจากรถนิรภัยของบริษัทมาซุกซ่อนในรถ ส่วนวิธีการยักยอกคล้ายกับแชร์ลูกโซ่ คือเมื่อยักยอกเงินมา 1-2 แสนบาท วันรุ่งขึ้นจะนำเงินที่เตรียมนำไปเติมในตู้เอทีเอ็มจุดอื่นไปเติมให้ครบจำนวนที่หยิบมา หมุนเวียนกันไป จึงทำให้ทางบริษัทไม่รู้ว่ามีการกระทำผิด กระทั่งเมื่อวันที่ 31 ก.ค. 58 ทางบริษัทได้ผลัดเปลี่ยนทีมที่รับผิดชอบในเส้นทางที่นายสมโภชน์ดูแล เมื่อมีการตรวจสอบทำให้พบความผิดปกติของจำนวนเงิน 8 ตู้ เมื่อตรวจสอบทั้ง 20 ตู้พบว่ามีเงินหายไปทั้งหมด 17 ตู้ มูลค่ารวมตั้งแต่ก่อเหตุกว่า 19 ล้านบาท ” พ.ต.อ.สุภากร กล่าว
จากการสอบสวนนายสมโภชน์รับสารภาพว่า ลงมือเพียงคนเดียว แต่ตำรวจไม่ปักใจเชื่อ เพราะคาดว่าจะต้องทำเป็นขบวนการ โดยได้นำตัวนายธวัชชัย สำราญบำรุง และนายสุศักดิ์ ประเสริฐสังข์ พนักงานบริษัท มาสอบสวนว่ามีส่วนร่วมในการก่อเหตุหรือไม่
จากการสอบถามพนักงานในบริษัทกรุงไทยธุรกิจบริการ สาขาขอนแก่น ทราบว่า นายสมโภชน์มีพฤติกรรมการใช้จ่ายสุรุ่ยสุร่าย มักจะเลี้ยงอาหารเพื่อนร่วมงาน และแจกจ่ายเงินให้เพื่อนเสมอ สำหรับเงินสดที่ยึดได้ 1.4 ล้านบาท ทองรูปพรรณ 5 เส้น ขณะนี้ตำรวจเร่งติดตามเส้นทางการเงิน และหาข้อมูล พยานหลักฐานเพิ่มเติม





