"พ.ต.ท.บรรยิน" ขอเลื่อนให้ปากคำตรกองปราบฯคดีเสี่ยชูวงษ์ เป็น 29ก.ค.นี้
จากกรณีอุบัติเหตุการเสียชีวิตอย่างมีเงื่อนงำของนายชูวงษ์ แซ่ตั๊ง อายุ51ปี เสี่ยธุรกิจรับเหมาก่อสร้างรายใหญ่ ที่เสียชีวิตเมื่อวันที่ 26 มิ.ย.ที่ผ่านมา ขณะนั่งรถกลับจาก สนามกอล์ฟเลควูด คันทรี่คลับ โดยมี พ.ต.ท.บรรยิน ตั้งภากรณ์ อดีต ส.ส.นครสวรรค์ และอดีต รมช.กระทรวงพาณิชย์ เป็นผู้ขับรถยนต์ยี่ห้อเลกซัส สีดำ ทะเบียน ภฉ 1889 กรุงเทพมหานคร ก่อนจะประสบอุบัติเหตุ ที่บริเวณในซอยเฉลิมพระเกียรติ 48-50 แขวงหนองบอน เขตประเวศ กรุงเทพฯ เป็นเหตุให้นายชูวงษ์เสียชีวิต ต่อมาทางญาติของนายชูวงษ์ได้เข้าร้องเรียนกับพล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธ์ม่วง ผบ.ตร. ให้รื้อฟื้นคดีการตายขึ้นมาสอบสวนใหม่เนื่องจากก่อนเสียชีวิตนสยชูวงษ์ได้มีการโอนหุ้น300กว่าล้านบาท อาจจะมีความเกี่ยวข้องกับการเสียชีวิตครั้งนี้
ล่าสุด เมื่อเวลา 10.00 น.วันที่26 ก.ค. ที่กองบังคับการปราบปราม พ.ต.อ.จิรภพ ภูริเดช ผกก.1บก.ป. เปิดเผยว่า หลังจากได้มีการเรียกสอบ น.ส.กัญฐณา ศิวาธนพล, น.ส.อุรชา วชิรกุลฑล และมารดา ถึงประเด็นการรับโอนหุ้นจากนายชูวงษ์ แซ่ตั๊ง พบว่า น.ส.อุรชา ยังมีการให้ปากคำที่ขัดแย้งกับเอกสารหลักฐานที่ทางกองปราบได้รับ เนื่องจาก น.ส. อุรชา ให้การว่า ไม่ได้เป็นโบรกเกอร์ที่ดูแลเรื่องหุ้นให้นายชูวงษ์ แต่กลับพบว่ามีชื่อเป็นคนที่จัดการการโอนหุ้นทั้ง 3 ตัวให้กับมารดา โดยมี น.ส.สุรดา เที่ยงธรรม เป็นผู้อนุมัติ ซึ่งทางกองปราบปรามกำลังอยู่ในระหว่างเตรียมเรียกตัว น.ส.สุรดา เที่ยงธรรม เข้าพบเพื่อสอบปากคำในข้อสงสัยนี้ รวมถึงไปพนักงานที่ดำเนินการและผู้ที่มีความเกี่ยวข้องกับการจัดการหุ้นของนายชูวงษ์ มาให้รายละเอียดและรวมถึงญาติของนายชูวงษ์ด้วย ซึ่งจนถึงขณะนี้ได้สอบปากคำพยานเกี่ยวกับคดีนี้ไปแล้วกว่า 10 ปากแล้ว ถ้าหากพบว่ามีหลักฐานในคดีส่วนใดที่เชื่อมโยงไปถึงใครก็จะเรียกมาสอบปากคำเพิ่มเติม
พ.ต.อ.จิรภพ กล่าวต่อไปว่า ทางกองปราบได้มีการทำหนังสือเรียก พ.ต.ท.บรรยิน ตั้งภากรณ์ เข้ามาสอบปากำเพิ่มเติมในฐานะพยานแล้วในวันจันทร์ ที่ 27 กรกฏาคมนี้ แต่ได้รับหนังสือตอบกลับจาก พ.ต.ท.บรรยิน ว่าไม่สามารถเข้าพบตามวันและเวลาดังกล่าวได้ จึงขอเลื่อนการเข้าพบเป็น วันที่ 29ก.ค. เวลา 09.30 น. ส่วนผลการตรวจสอบลายเซ็น และเอกสารการโอนหุ้นของนายชูวงษ์ ขณะนี้ทางกองปราบปราม ได้รับผลจากกองพิสูจน์หลักฐานทั้งหมดแล้ว แต่ยังไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดได้ เนื่องจากหลักฐานสำคัญที่ระบุตัวผู้กระทำความผิดได้ หากเปิดเผยไปจะมีผลต่อรูปคดี และการสืบสวนสอบสวนของเจ้าหน้าที่จะมีความลำบากมากขึ้น ซึ่ง ขณะนี้คดีมีความคืบหน้าไปมาก ขณะที่ผลการเทียบเคียงหลักฐานคลิปเสียง กับเสียงต้นแบบของนายชูวงษ์ ขณะนี้ยังตรวจสอบไม่เสร็จ คาดว่าจะทราบผลภายในอาทิตย์นี้





