"กลุ่มมะม่วงส่งออกวิกฤต" หลังขาดน้ำ มะม่วงยืนต้นตาย เสียหายนับล้านบาท
หลังจากที่ชลประทานหยุดการจ่ายเข้าระบบชลประทาน ทำให้เกษตรกรได้รับความเดือดร้อนเป็นอย่างมาก จนเกษตรกรไม่สามารถหาน้ำมาหล่อเลี้ยงพืชไร่-พืชสวนได้ ทำให้ภัยแล้งของจังหวัดอ่างทอง ลุกลามขยายวงกว้าง ไม่เว้นสวนมะม่วงที่เป็นพืชเศรษฐกิจของจังหวัดอ่างทองด้วย
อย่างเช่น สวนมะม่วงส่งออก ของกลุ่มวิสาหกิจชุมชนมะม่วงส่งออก ม.8 ต.ยี่ล้น อ.วิเศษชัยชาญ จ.อ่างทอง ที่มีสมาชิกปลูกมะม่วงน้ำดอกไม้และพันธุ์ต่างต่างนับหลายร้อยไร่ ที่กำลังขาดน้ำทำให้ต้นมะม่วงที่ปลูกไว้มีช่อดอก เหี่ยวแห้งและร่วงหล่นไป ลูกมะม่วงไม่ได้มาตราฐานส่งออกต่างประเทศได้ บางต้นถึงขนาดทิ้งใบแล้วยืนต้นตาย ทำให้สูญเสียรายได้นับหลายล้านบาท วอนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหาน้ำมาช่วยก่อนที่มะม่วงจะตายยกสวน
นายสมพิศ พูลสวัสดิ์ กล่าวว่า วันนี้เดินทางมาให้กำลังใจกลุ่มวิสาหกิจชุมชนมะม่วงส่งออก โดยนายกำไร เชยชม เป็นเกษตรกรปลูกมะม่วงส่งออก ที่ได้มาตรฐานซึ่งทำการปลูกมะม่วงน้ำดอกไม้ส่งออกไปต่างประเทศมาแล้วหลายปี มีพื้นที่ปลูกมะม่วงอยู่ 55 ไร่ มีต้นมะม่วงในสวนบางส่วนเริ่มขาดน้ำยืนต้นตาย จนนายกำไรต้องไปจ้างเอกชนมาขุดบ่อน้ำบาดาล เพื่อนำน้ำมาช่วยต้นมะม่วง คาดว่าต้นมะม่วงน่าจะเสียหายบางส่วน ส่วนช่วงนี้ทางสำนักงานเกษตรจังหวัดอ่างทอง ได้แนะนำเจ้าของสวนว่ายังไม่ต้องไปตัดแต่งอะไรในช่วงที่ต้นมะม่วงขาดน้ำ
นายกำไร เชยชม ประธานกลุ่มวิสาหกิจชุมชนมะม่วงส่งออก กล่าวว่าสวนมะม่วงกำลังขาดน้ำ กำลังออกลูก โดยที่ต้นมะม่วงที่กำลังขาดน้ำเริ่มทยอยตายไปเรื่อยเรื่อย โดยตอนนี้ได้จ้างเอกชนมาขุดบ่อบาดาล 3 บ่อแต่น้ำในบ่อบาดาลแห้งไปแล้ว 2 บ่อเหลือบ่อสุดท้ายถ้าน้ำไม่แห้งเสียก่อน น่าจะเหลือต้นมะม่วงบ้าง พูดถึงความเสียหายของต้นมะม่วง 400 ต้นถ้าไม่ได้ส่งออก เพราะลูกไม่ได้มาตรฐาน ก็เสียหายหลายบาท เพราะต้นมะม่วงที่ขาดน้ำ ลูกมะม่วงจะเล็กลง แล้วจะทิ้งลูก ต้นมะม่วงก็จะทยอยตายไปเรื่อยเรื่อย ตนอยากฝากถึงผู้ใหญ่ให้หาบ่อน้ำบาดาลของกรมทรัพยากร ที่ขุดได้ลึกแล้วน้ำไม่ขาดมาช่วย เพราะแล้งขนาดนี้ต้องใช้บ่อขนาดใหญ่หรือบ่อลึกน้ำจะได้ไม่ขาดเหมือนบ่อเล็กที่เอกชนมาขุด
กลุ่มวิสาหกิจชุมชนมะม่วงส่งออก ม.8 ต.ยี่ล้น อ.วิเศษชัยชาญ จ.อ่างทอง ส่งมะม่วงน้ำดอกไม้ออกยังต่างประเทศ คราวละ3,000-5,000 กิโลกรัมในราคากิโลกรัม 80-100 บาท ทำให้เกษตรกรของกลุ่มขาดรายได้นับล้านบาท





