แม่โจ้โพลล์ สำรวจความคิดเห็นเกษตรกรผู้ปลูกลำไย พบผู้ปลูกลำไย เชียงใหม่–ลำพูน ร้อยละ 79.28 บอกราคาลำไยปีนี้สดใส
ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.สมเกียรติ ชัยพิบูลย์ ผู้อํานวยการศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและพยากรณ์ทางการเกษตร คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ เปิดเผยว่า ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและพยากรณ์ทางการเกษตร โดยแม่โจ้โพลล์ สังกัด คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ ทําการสํารวจความคิดเห็นในหัวข้อ “ลําไยในฤดูกับโอกาสตลาดผลไม้ในอนาคต จริงหรือ?” ซึ่งสํารวจความคิดเห็นของเกษตรกรผู้ปลูกลําไยในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ และจังหวัดลําพูน จํานวน 504 ตัวอย่าง ระหว่างวันที่ 10 – 17 กรกฎาคม 2558
โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสำรวจ ความคิดเห็นของเกษตรกรเกี่ยวกับทิศทางผลผลิตและราคาลำไยปีการผลิต 2557/2558 สำรวจความคิดเห็นของเกษตรกรต่อวิธีการผลิตในปัจจุบัน และ สำรวจ/สอบถามข้อเสนอแนะของการแก้ไขปัญหาราคาลำไย โดยมีผลสำรวจ ดังนี้
จากการสอบถามการคาดการณ์ราคาลำไยปีนี้ พบว่า ส่วนใหญ่ ร้อยละ 79.28 เห็นว่าราคาลำไยจะเพิ่มสูงขึ้นกว่าปีที่ผ่านมา รองลงมาร้อยละ 15.54 เห็นว่าราคาใกล้เคียงกับปีที่ผ่านมา และร้อยละ 5.18 เห็นว่าจะมีราคาที่ลดลงกว่าปีที่ผ่านมา เมื่อสอบถามถึงโอกาสที่ราคาลำไยจะปรับขึ้นสูงเหมือนสูงเหมือนราคาผลไม้อื่นๆ พบว่า ร้อยละ 64.54 เห็นว่าเป็นไปได้มาก เนื่องจากผลผลิตมีน้อย รองลงมา ร้อยละ 34.06 เห็นว่าเป็นไปได้น้อย เนื่องจาก ผลผลิตอาจมีมากจนล้นตลาดเหมือนกับปีที่ผ่านมา
จากการสอบถามสาเหตุของปัญหาราคาลำไยในฤดูตกต่ำมากที่สุด พบว่า อันดับที่ 1 ร้อยละ 78.29 เห็นว่า เกิดจากผลผลิตล้นตลาด อันดับที่ 2 ร้อยละ 15.45 เห็นว่าผลผลิตไม่ได้คุณภาพ และอันดับที่ 3 ร้อยละ 6.27 เห็นว่า ความต้องการของผู้บริโภคมีน้อย
จากการสอบถามการปรับตัวหลังผลผลิตลำไยราคาตกต่ำ พบว่า ร้อยละ 58.18 เน้นการทำลำไยนอกฤดู ส่วนร้อยละ 41.82 ทำลำไยในฤดู เมื่อการสอบถามความคิดเห็นของการส่งเสริมการทำลำไยนอกฤดู เพื่อลดปริมาณผลผลิตและกระตุ้นราคาลำไยในฤดู พบว่า ร้อยละ 81.08 เห็นด้วยว่าทำให้ราคาในฤดูปรับเพิ่มขึ้น เนื่องจากผลผลิตโดยรวมลดลง อีกร้อยละ 19.82 ไม่เห็นด้วย
ข้อเสนอแนะ วิธีการที่จะแก้ไขปัญหาราคาลำไย พบว่า ร้อยละ 47.33 ต้องการให้ภาครัฐหาตลาดใหม่ให้เพิ่มมากยิ่งขึ้น รองลงมา ร้อยละ 39.09 ส่งเสริมการทำลำไยนอกฤดู และร้อยละ 13.58 ต้องการให้มีนโยบายประกันหรือพยุงราคาลำไย
ปัจจุบันเป็นช่วงที่เกษตรกรผู้ปลูกลำไยในพื้นที่ภาคเหนือเริ่มมีการเก็บเกี่ยวผลผลิตบ้างแล้ว ซึ่งจากการสำรวจราคาเบื้องต้นในขณะนี้ พบว่าอยู่ในเกณฑ์ที่สูงกว่าปีที่แล้ว ซึ่งเกษตรกรให้ข้อมูลถึงปริมาณผลผลิตที่เสียหายอันเป็นผลมาจากปัญหาภัยแล้ง ทำให้ผลผลิตมีน้อยส่งผลให้ผลผลิตลำไยในฤดูปีนี้มีราคาสูงขึ้น แต่หากจะมองเป็นปีทองของลำไยเหมือนผลไม้ชนิดอื่นที่มีราคาค่อนข้างสูงนั้น อาจจะต้องติดตามราคาในช่วงที่ผลผลิตออกมากกว่านี้ว่าราคาจะลดลงมากหรือน้อยเพียงใดซึ่งจะต้องติดตามกันต่อไป แต่ในที่สุดหากเกษตรกรต้องการให้ผลผลิตลำไยขายได้ราคาก็ควรที่จะต้องมีการผลิตที่ดี มีประสิทธิภาพ มีการแปรรูปผลผลิตให้หลากหลาย และทำลำไยนอกฤดู เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาลำไยล้นตลาดในฤดูกาลผลิต รวมทั้งมีการจัดเตรียมแหล่งน้ำสำหรับการผลิต ส่วนทางภาครัฐก็ควรจะหาตลาดรองรับผลผลิตเพิ่มเติม และมีการส่งเสริม แนะนำ ถ่ายทอดองค์ความรู้แก่เกษตรกรและส่งเสริมวิธีการลดต้นทุนการผลิตเพื่อให้เกษตรกรผู้ปลูกลำไยอยู่ได้อย่างยั่งยืน





