ตัวแทนชาวบ้านจาก9อำเภอ ในพะเยา ทำพิธีสืบชะตา "หลักประกันสุขภาพ" ชี้หากยกเลิกโครงการ ชาวบ้านตายแน่
วันนี้ (9 ก.ค.) ตัวแทนกลุ่มประชาชนผู้รักระบบหลักประกันสุขภาพ และเครือข่ายเช่น กลุ่มผู้ติดเชื้อเอชไอวี เครือข่ายผู้บริโภค เครือข่ายเกษตรกรฯลฯ จาก 9 อำเภอ ใน จ.พะเยา ประมาณ 100 คน ได้ร่วมพิธีสืบชะตาระบบหลักประกันสุขภาพ ณ วิหารหลวงที่ประดิษฐานพระเจ้าตนหลวง พระคู่บ้านคู่เมืองพะเยา
นางสุภาพร ถิ่นวัฒนากูล ตัวแทนเครือข่ายประชาชนผู้รักระบบหลักประกันสุขภาพ กล่าวว่า การมารวมตัวของกลุ่มฯครั้งนี้ เพื่อแสดงให้เห็นว่าหากระบบหลักประกันฯ ถูกยกเลิกไป ชาวบ้านซึ่งเป็นส่วนใหญ่ของประเทศจะเดือดร้อนอย่างไร และจะเกิดผลกระทบเป็นวงกว้างอย่างไร จึงได้มานั่งเสวนากันและทำพิธีสืบชะตาหลักประกันสุขภาพ ตามคติความเชื่อของคนล้านนา เรื่องการสืบชะตาเพื่อต่ออายุ
สำหรับบรรยากาศการสนทนาเต็มไปด้วยภาพสะท้อนของความเดือดร้อนหากระบบหลักประกันถูกยกเลิกไป โดยเฉพาะกลุ่มฟอกไต กลุ่มผู้ติดเชื้อ หรือโรคเรื้อรัง ซึ่งจะมีค่าใช้จ่ายทุกวัน หากต้องจ่ายเงินตามค่ารักษา ค่ายา ตามจริง ชาวบ้านก็รอวันตายอย่างเดียว โดยเฉพาะกลุ่มผู้ติดเชื้อเอชไอวี อย่างน้อยๆต้องจ่ายค่ายาดือนละประมาณ 4,000บาท หรือฟอกไต ซึ่งฟอกครั้งหนึ่งหมดเงินเป็นหมื่นบาท
นายณรงค์ ศรีหานาม อายุ 52 ปี อยู่บ้านเลขที่ 187 ม.5 ต.หนองหล่ม อ.ดอกคำใต้ จ.พะเยา ตัวแทนผู้ติดเชื้อเอชไอวี กล่าวว่า ทุกวันนี้กลุ่มผู้ติดเชื้อเอชไอวี กลุ่มฟอกไต หรือกลุ่มที่เป็นโรคเรื้อรังต้องรักษาต่อเนื่อง ใช้สิทธิบัตรทอง ทำให้สามารถเข้ารับการรักษา ได้อย่างสบายใจ จะมีเดือดร้อนก็แค่ค่าเดินทางไปกลับโรงพยาบาล แต่หากระบบบัตรทองหรือหลักประกันสุขภาพถูกยกเลิกไป แน่นอนว่าจะมีชาวบ้านใน 3 กลุ่มนี้เดือดร้อนเป็นหลายล้านคน ยกตัวอย่างกลุ่มผู้ติดเชื้อเอชไอวี ต้องรับยาทุกเดือนค่ายาตกเดือนละประมาณ 4,000บาท ถ้าให้ชาวบ้านจ่ายตามจำนวนค่าใช้จ่ายจริง ชาวบ้านย่อมไม่ได้รับการดูแล รักษา เพราะไม่มีเงินจะไปให้ค่ายา
"เราจึงมามาเสวนาเพื่อบอกถึงปัญหา และทำพิธีสืบชะตาหลักประกันสุขภาพ เพื่อให้โครงการนี้อยู่คู่กับคนไทย ที่ไม่มีสิทธิ์เบิกจ่ายตรงแบบข้าราชการ หรือรัฐวิสาหกิจ ให้เข้าถึงการดูแล รักษาอย่างเท่าเทียมกันในสังคม” นายณงค์ กล่าว




