วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

สกอ.เล็งทำหลักสูตรจัดกิจกรรมนศ.

สกอ.เล็งทำหลักสูตรจัดกิจกรรมนศ. ย้ำกิจกรรมรับน้องประชุมเชียร์สร้างสรรค์ คุมเข้มจัดนอกสถานที่เกิดเหตุรุนแรง

ที่โรงแรมเอเชีย กรุงเทพฯ รศ.ดร.พินิติ รตะนานุกูล เลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา (กกอ.) กล่าวตอนหนึ่งในการประชุมชี้แจงนโยบายเรื่อง การจัดกิจกรรมต้อนรับน้องใหม่ และประชุมเชียร์ในสถาบันอุดมศึกษาว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างการหารือร่วมกับรองอธิการบดีของมหาวิทยาลัยต่างๆ เพื่อจัดทำหลักสูตรการจัดกิจกรรมเตรียมความพร้อมนิสิต นักศึกษาชั้นปีที่ 1 โดยจะนำมาใช้ช่วงก่อนเปิดภาคเรียนที่ 1 ซึ่งเด็กมีเวลาว่างประมาณ 3-4 เดือน ทั้งนี้หลักสูตรดังกล่าวจะแบ่งเป็นหลักสูตรแกนกลาง ที่จะกำหนดกิจกรรมหลักๆ ในการสร้างสมรรถนะให้แก่เด็กรุ่นใหม่ เพื่อให้มหาวิทยาลัยดำเนินการ และอีกส่วนจะเปิดให้มหาวิทยาลัยจัดกิจกรรมที่สอดคล้องกับบริบทของมหาวิทยาลัย

ทั้งนี้ การทำงานในอนาคตของทุกคนจะประสบความสำเร็จมากน้อยแค่ไหน ไม่ได้ขึ้นอยู่กับเรื่องวิชาการอย่างเดียว แต่ต้องอยู่ที่สมรรถนะในด้านต่างๆ ด้วย ได้แก่ 1.สมรรถนะทางด้านภาษา โดยเฉพาะภาษาอังกฤษ ภาษาเพื่อนบ้าน และภาษาไทย 2.สมรรถนะด้านการปรับตัวให้เข้ากับสังคมใหม่ และ 3.สมรรถนะด้านความเป็นผู้นำ การแก้ปัญหาเฉพาะหน้า ซึ่งเรื่องเหล่านี้จะถูกบรรจุอยู่ในหลักสูตรที่ สกอ.จะจัดทำขึ้น โดยคาดว่าจะเริ่มใช้ในปีการศึกษา 2559 แต่ในปีนี้ผมอยากให้นำสมรรถนะต่างๆ เหล่านี้มาหลอมรวมในกิจกรรมต้อนรับน้องใหม่ และประชุมเชียร์ด้วยในลักษณะของกิจกรรมที่ปฏิบัติ ไม่ใช่การเชิญวิทยากรมาพูดให้เด็กฟัง

เลขาธิการ กกอ.กล่าวต่อว่า สกอ.ได้ออกประกาศเรื่องการจัดกิจกรรมต้อนรับน้องใหม่ และประชุมเชียร์ในสถาบันอุดมศึกษา โดยทุกกิจกรรมต้องเป็นกิจกรรมที่สร้างสรรค์ ไม่ขัดต่อระเบียบสถาบัน กฎหมาย และวัฒนธรรม ต้องเคารพสิทธิเสรีภาพ ไม่มีความรุนแรง ห้ามล่วงละเมิดสิทธิส่วนบุคคล ทั้งทางร่างกายและหรือจิตใจ ไม่ดื่มสุรา และเสพสิ่งมึนเมาทุกชนิด ต้องไม่กระทบต่อการเรียนการสอน และต้องอยู่ในความรับผิดชอบ กำกับ ดูแลของผู้บริหาร คณาจารย์ บุคลากรคณะ/ภาควิชา และนิสิต นักศึกษารุ่นพี่ ทั้งนี้ขอย้ำว่า สกอ.ไม่มีนโยบายให้จัดรับน้องนอกสถานที่ แต่หากจำเป็นต้องทำก็ต้องเสนอโครงการให้มหาวิทยาลัยพิจารณา และต้องได้รับการอนุมัติอย่างถูกต้อง ทั้งนี้หากพบว่ามีการแอบไปจัดรับน้องนอกสถานที่ ทางมหาวิทยาลัยต้องดำเนินการลงโทษ ซึ่งแต่ละแห่งจะมีมาตรการที่แตกต่างกันไป