วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ยึดจยย.7คันขนไม้พะยูงส่งขายชายแดนไทย-ลาว

จนท.อุทยานแห่งชาติภูจองนายอย จับกุมผู้ลักลอบขนไม้พะยูงใส่จยย.ส่งขายชายแดนไทย-ลาว1คนพร้อมไม้พะยูง54ท่อน รถจักรยานยนต์7คัน

เมื่อเวลา04.30น.วันที่22มิถุนายน นายธีระยุทธ วงศ์ไพเสริฐ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติภูจองนายอย ร่วมกับ เจ้าหน้าที่หน่วยปฏิบัติการพิเศษที่3สำนักสนับสนุนการป้องกันและปราบปรามที่2 (ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ)และเจ้าหน้าที่ตำรวจตระเวนชายแดนที่2253 ร่วมกันจับกุมตัว

นายวัชรศักดิ์ ขันทอง อายุ24 ปี อยู่บ้านเลขที่50หมู่ที่7ต.ห้วยข่า อ.บุณฑริก จ.อุบลราชธานี พร้อมของกลางไม้พะยูง54ท่อน ปริมาตร0.734ลูกบาศก์เมตร รถจักรยานยนต์7คันที่บริเวณป่าลำห้วยแง่ม่วง ด้านทิศตะวันออกเฉียงใต้บ้านสร้างหอม ต.ห้วยข่า อ.บุณฑริก จ.อุบลราชธานี ภายในเขตอุทยานแห่งชาติภูจองนายอยและเป็นพื้นที่ทับซ้อนป่าสงวนแห่งชาติป่าบุณฑริก อยู่ ห่างจากแนวเขตชายแดนไทย-ลาวประมาณ200เมตร ภายหลังสืบทราบว่ามีการลำเลียงไม้พะยูงด้วยรถจักรยานยนต์ไปจำหน่ายให้กับนายทุนชาวจีนที่มารอรับซื้อที่ชายแดนไทย-ลาวบริเวณ ช่องกกไฮ จึงได้วางแผนเข้าตรวจสอบบริเวณตามที่ได้รับแจ้ง

โดยได้ทำการดักซุ่ม ขณะที่เจ้าหน้าที่ได้ดักซุ่มอยู่นั้นได้ยินเสียงรถจักรยานยนต์จำนวนหลายสิบคันบรรทุกไม้พะยูงวิ่งขึ้นมาตามเส้นทางในป่ามุ่งหน้าไปที่ช่องกกไฮ เจ้าหน้าที่จึงได้ออกจากที่ซุ่มแสดงตัวเพื่อขอตรวจค้น กลุ่มคนที่ขับขี่รถจักรยานยนต์พอรู้ว่าเป็นเจ้าหน้าที่ได้หยุดรถและทิ้งรถไว้ในที่เกิดเหตุอาศัยความชำนาญในพื้นที่วิ่งหลบหนี เจ้าหน้าที่ไล่ติดตามจับกุมได้1คนคือนายวัชรศักดิ์ ขันทอง อายุ24 ปี อยู่บ้านเลขที่50หมู่ที่7ต.ห้วยข่า อ.บุณฑริก จ.อุบลราชธานี พร้อมตรวจสอบที่เกิดเหตุพบรถจักรยานยนต์7คันที่เบาะหลังใส่ไม้พะยูงรวม54ท่อนจึงได้ทำการตรวจยึดนำผู้ต้องหาพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน สภ.ห้วยข่า อ.บุณฑริก จ.อุบลราชธานี ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

นายธีระยุทธ วงศ์ไพเสริฐ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติภูจองนายอย กล่าวว่า เจ้าหน้าที่ได้สนธิกำลัง ทหาร ตำรวจ เพิ่มมาตรการปราบปรามสกัดกั้นจับกุม แต่ทางขบวนการมอดไม้ยังมีความพยายามเข้าไปลักลอบตัดไม้อย่างต่อเนื่อง ซึ่งพื้นที่อุทยานแห่งชาติภูจองนายอยและเป็นพื้นที่ทับซ้อนป่าสงวนแห่งชาติป่าบุณฑริก นอกจากเป็นแหล่งไม้พะยูงขนาดใหญ่ ยังมีไม้ชิงชันและไม้ประดู่ ซึ่งเป็นไม้ที่ตลาดต้องการสูง และมีราคาแพงมาก กลุ่มตัดไม้ในเขต อ.บุณฑริก จะนำไม้พะยูงและไม้ชิงชัน ไปส่งที่เขตแดนไทย- ลาว ขายให้นายทุนชาวจีนหากถูกเจ้าหน้าที่จับกุมได้ขณะอยู่ในพื้นที่ป่า ถ้าไม่มีของกลาง ก็จะได้รับโทษแค่ปรับ พรบ.ป่าไม้ คนละประมาณ500 - 1,000บาท จึงทำให้เกิดกลุ่มตัดไม้ใหม่ขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง